คัดกรองใหม่ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

View icon 452
วันที่ 3 มิ.ย. 2569 | 06.08 น.
เช้านี้ที่หมอชิต
แชร์
เช้านี้ที่หมอชิต - จบจากการลงทะเบียนโครงการ "ไทยช่วยไทย พลัส" ไปต่อกับการกลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รัฐบาลเปิดไทม์ไลน์ คุณสมบัติคัดกรองใหม่ เพื่อตัดคนไม่จริงออกจากระบบ

กระทรวงการคลัง ประกาศกลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รายเดิม จะต้องลงทะเบียนใหม่ ในวันที่ 4-21 มิถุนายนนี้ ผ่าน 5 ช่องทางได้แก่ แอปฯ เป๋า แอปฯ ทางรัฐ เว็บไซต์โครงการฯ ตู้เอทีเอ็มธนาคารกรุงไทย

หน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร ประกอบด้วย ธนาคารกรุงไทย, ออมสิน, ธกส., ธอส.และ ธนาคารอิสลามฯ จะประกาศผลลงทะเบียน 17 กรกฎาคม 2569 หากไม่ผ่านให้ยืนอุทธรณ์ภายใน 2 สัปดาห์ให้ ยื่นเอกสารต่าง ๆ ภายในวันที่ 16 สิงหาคม ส่วนคนผ่านก็ยืนยันตัวตนช่วง 17 กรกฎาคม 2569 ถึง 12 มกราคม 2570 และเริ่มใช้สิทธิ 1 สิงหาคม 2569

ส่วนกลุ่มตกหล่นไม่เคยได้รับสิทธิ กระทรวงมหาดไทยกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา จะดำเนินการสำรวจผู้ตกหล่นตามฐานข้อมูลความจําเป็นพื้นฐานของกรมการพัฒนาชุมชน หรือระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และลงทะเบียนข้อมูล ผ่านระบบตรวจสอบข้อมูลผู้ตกสำรวจการได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐของ มท. โดยเจ้าหน้าที่ของ มท. กทม. และเมืองพัทยา จะอำนวยความสะดวกในการรับลงทะเบียนในพื้นที่โดยตรง วันที่ 4-21 มิถุนายนนี้  

ว่ากันด้วยเรื่องคุณสมบัติ มีคนออกมาวิจารณ์เป็นอย่างมาก ปรับเกณฑ์รายได้ครอบครัว มาเป็นรายบุคคล เปรียบเทียบให้เห็นชัด ๆ ของเก่าปี 65 กับ ของใหม่ เริ่มจากคุณสมับติ ต้องมีสัญชาติไทย อายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป กลุ่มต้องห้ามเดิม 4 กลุ่ม สามเณร นักพรต นักบวช ผู้ต้องขัง ผู้ถูกกักกัน บุคคลที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐ ข้าราชการ พนักงานราชการ หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พนักงาน ลูกจ้าง เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐที่มีรายได้เกิน 100,000 บาทต่อปี ผู้รับบำนาญ เบี้ยหวัด หรือบำเหน็จรายเดือนจากภาครัฐ

รอบนี้เพิ่มเติมมีอีก 5 กลุ่ม คือนักเรียน นักศึกษา ผู้ถือหุ้น กรรมการบริษัท ผู้มีบัญชีหุ้น ตราสารหนี้ ผู้จ่ายเบี้ยประกันเกินกว่า 12,000 บาทต่อปีขึ้นไป ต้องไม่ถูกนำชื่อไปใช้สิทธิลดหย่อนคำนวณภาษีเงินได้ ในฐานะบิดา-มารดา คู่สมรส และบุตร มีรายได้หรือจ่ายเงินให้แก่บุคคลใดไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี เดิมรายได้เฉลี่ยครอบครัวไม่เกิน 100,000 บาทต่อคนต่อปี เป็นรายได้บุคคล มีรายได้จ่ายให้บุคคลอื่นไม่เกิน 100,000 บาท ต่อปี

มีเงินฝาก สลาก รวมกันเกิน 100,000 บาทต่อปี ไม่เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ และรถยนต์ เพิ่มเติมคือ ต้องไม่มีกรรมสิทธิในรถยนต์ 

ยกเว้น รถจักรยานยนต์ไม่เกิน 300 ซีซี รถยนต์สามล้อ รถยนต์สี่ล้อเล็กรับจ้าง หรือรถใช้งานเกษตรกรรม ประเภทละไม่เกิน 1 คัน ไม่มีบัตรเครดิต และต้องมีหนี้สินรวมทุกบัญชีไม่เกิน 100,000 บาท หากเข้าเงื่อนไขตัดสิทธิ์เพียงข้อเดียว จะถูกปัดตกทันที โดยใช้ข้อมูลย้อนหลังเดือนพฤษภาคมในการตรวจสอบ 

ปลัดกระทรวงการคลัง ย้ำ การปรับเกณฑ์ใหม่ ไม่ได้ตั้งใจตัดสิทธิ์คนจน แต่ต้องการคัดคนจนไม่จริงออก เพื่อลบข้อครหา เพื่อให้สวัสดิการของรัฐ ไปถึงคนที่จำเป็นจริง ๆ และในอนาคตจะมีการตรวจสอบข้อมูลถี่ขึ้น

หลังมีคำยืนยันรัฐบาลว่าจะคัดคัดกรอง ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐใหม่ ชาวบ้านในจังหวัดพิษณุโลก ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และได้ออกมาใช้สิทธิ โครงการไทยช่วยไทย พลัส บอกว่าเป็นเรื่องที่ เพื่อคนจนจริง ๆ ได้รับสิทธิ เพราะส่วนตัวก็เห็นว่า คนที่มีเงินเดือน ฐานะครอบครัวไม่ได้ยากจน ได้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

ทีมข่าวลงพื้นที่สอบถาม ความเห็น ชาวบ้านหลาย ๆ คนในกรุงเทพฯ มองว่าขั้นตอนลงทะเบียนยุ่งยาก ส่วนกลุ่มที่ได้รับเงินบำเหน็จ จากรัฐ และประกันสังคม ก็แค่หลักพันบาท คนกลุ่มนี้จึงคาดหวังได้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อซื้อข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน การที่รัฐบาลกำหนดเงื่อนไขที่เข้มงวดขนาดนี้ อย่าให้ประชาชนลงทะเบียนไปเลยยังดีซะกว่า