ข่าวเย็นประเด็นร้อน - ตามกันต่อกับกรณี "น้ององุ่น" เด็กหญิงอายุ 7 ขวบ เสียชีวิตปริศนา กลางสวนยาง อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี วันนี้ครบ 5 วัน หลังน้องเสียชีวิต ผบ.ตร. ขึ้น ฮ. บินด่วนติดตามความคืบหน้าคดี
คลี่ปม "น้ององุ่น" เสียชีวิตปริศนา จ.กาญจนบุรี
พลตำรวจเอก กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ขึ้นเฮลิคอปเตอร์เดินทางมาประชุมติดตามความคืบหน้าคดีที่ สภ.สังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี กรณี "น้ององุ่น" เด็กหญิงอายุ 7 ขวบ เสียชีวิตในสวนยาง หมู่บ้านทิโคร่ง ตำบลปรังเผล อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี
หลัง "น้ององุ่น" หายตัวช่วงสาย วันที่ 30 พฤษภาคม ก่อนมีคนงานมาพบศพ วันที่ 1 มิถุนายน รวมถึงพบซองขนมสีเขียว ตกอยู่ในที่เกิดเหตุ เบื้องต้น คดีนี้มีผู้ต้องสงสัยรวม ๆ 20 คน ทั้งพระ และชาวบ้าน เนื่องจากจุดบริเวณที่พบศพในวันเกิดเหตุมีงานวัด และฉายหนังกางแปลง
บรรดาผู้ต้องสงสัย 20 คน มี "นายสม" เจ้าของรถจักรยานยนต์พ่วงข้าง ซึ่งชาวบ้านบอกว่าชอบขี่รถจักรยานยนต์ไป-มา และแบ่งขนมให้ "น้ององุ่น" ซึ่งตำรวจเชิญตัวมาสอบปากคำ และนำรถจักรยานยนต์พ่วงข้างไปตรวจลายนิ้วมือแฝง
ส่วนชายปริศนาที่ขี่รถจักรยานยนต์พา "น้ององุ่น" มาที่ร้านค้าในหมู่บ้าน คือ น้าแท้ ๆ ที่พาน้องมา และรับน้องกลับ เวลา 17.36 น. จึงถูกตัดออกจากผู้ต้องสงสัยที่ก่อเหตุ
แต่คนที่ตำรวจสงสัยมากที่สุด และจับกุมตัวไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.สังขละบุรี คือ "นายมรชาญ" ชายชาวเมียนมา ที่เข้ามาอยู่ในหมู่บ้านได้ 1 เดือน ถูกจับเพราะผลตรวจปัสสาวะเป็นสีม่วง ตอนนี้ยังถูกคุมตัวอยู่ที่โรงพัก
ตำรวจตั้งสมมติฐาน "น้ององุ่น" เสียชีวิต 3 ประเด็น จ.กาญจนบุรี
ทั้งนี้หลังการประชุมนาน 3 ชั่วโมง พลตำรวจเอกกิตติ์รัฐ บอกว่า ตำรวจตั้งข้อสงสัยในคดี 3 ประเด็น คือ
1.เด็กเดินเข้าไปในป่าเองแล้วพลัดหลง เพราะวันเกิดเหตุมีหนังกลางแปลง เด็กมีความซุกซน และไม่คุ้นชินกับป่าเขา 2.เด็กเดินพลัดหลง แล้วระหว่างนั้นเกิดโรคประจำตัว หรือ ถูกสัตว์มีพิษทำร้าย และ 3.มีผู้ทำให้เสียชีวิต มีบุคคลล่อลวง พาเด็กไป และทำร้ายจนเสียชีวิต
กรณีการถูกสัตว์มีพิษกัด เป็นเพียงข้อสันนิษฐานของตำรวจ เพราะผลชันสูตรไม่พบร่องรอยคมเขี้ยวของสัตว์ จึงต้องรอผลการชันสูตรอีกครั้ง แต่เบื้องต้นผลการชันสูตร ยืนยันว่า รอยฟกช้ำและบาดแผลจากภายนอก ไม่สามารถทำให้เสียชีวิตได้
หลังจากนี้แพทย์จะต้องหาทางตรวจพิสูจน์ "พิษ" ที่อยู่ในร่างกาย แต่เนื่องจากอวัยวะภายในเสื่อมสภาพและเน่า จึงไม่สามารถตรวจได้
สำหรับประเด็นสงสัยเรื่องการปรากฏสัญญาณโทรศัพท์ของ "น้ององุ่น" ระหว่างที่น้องหายตัวไป จากข้อเท็จจริงของตำรวจบอกว่า ไม่มีประเด็นนี้ แต่ข่าวบางสำนักอาจสับสนกับประเด็นที่ตำรวจต้องการสื่อว่า ก่อนหน้านี้ได้เช็กสัญญาณโทรศัพท์ผู้เกี่ยวข้องในคดีเกือบ 20 คน เพื่อพิสูจน์คำให้การของแต่ละคนว่าพูดจริงหรือไม่อย่างไร
ส่วนหลักฐานเสื้อผ้า ติดกลิ่นเน่าเหม็น เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญเอาผิด "นายมรชาญ" ตำรวจบอกสั้น ๆ ว่าอยู่ระหว่างการสอบสวน