รวบบอสใหญ่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวญี่ปุ่น หลอกคนในประเทศสูญหลายพันล้านเยน หนีซ่อนตัวในไทย

รวบบอสใหญ่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวญี่ปุ่น หลอกคนในประเทศสูญหลายพันล้านเยน หนีซ่อนตัวในไทย

View icon 41
วันที่ 6 มิ.ย. 2569 | 15.27 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ตม. รวบหัวหน้าใหญ่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ญี่ปุ่น โยงฐานปฏิบัติการปอยเปต บังคับพาคนมาทำงานให้แก๊งคอลฯ หลอกคนในประเทศสูญหลายพันล้านเยน หลบหนีซ่อนตัวในไทย

วันนี้ (6 มิ.ย.69) พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศตคม.ตร., พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.), พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน สตม. และ พ.ต.อ.ชูวงษ์ อุทัยสาง ผกก.ปอพ.บก.สส.สตม. โดยชุดสืบสวนที่ 1 กก.ปอพ.บก.สส.สตม. นำโดย พ.ต.ท.วิทยา ทองผึ้ง รอง ผกก.ปอพ.บก.สส.สตม. และ พ.ต.ต.จุรินทร์ชาติ โสตะ สว.กก.ปอพ.บก.สส.สตม. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ได้จับกุม นายซาซากิ อายุ 39 ปี สัญชาติญี่ปุ่น หัวหน้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ญี่ปุ่น ซึ่งมีฐานปฏิบัติการอยู่ในเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา ได้ที่บริเวณย่านทองหล่อ แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร

นายซาซากิ เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลนาโกยา ประเทศญี่ปุ่น ลงวันที่ 1 เม.ย.69 ในความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกง โดยเป็นหัวหน้าปฏิบัติการฉ้อโกงหลอกลวงประชาชนในประเทศญี่ปุ่น สร้างความเสียหายหลายพันล้านเยน และมีฐานปฏิบัติการอยู่ในประเทศกัมพูชา ทั้งนี้ จากข้อมูลของทางการญี่ปุ่น ผู้ต้องหารายดังกล่าวเป็นบุคคลสำคัญระดับหัวหน้าขบวนการที่มีบทบาทในการสั่งการเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ

คดีนี้เริ่มต้นจากการที่ตำรวจญี่ปุ่นสืบสวนขยายผลเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศกัมพูชา ซึ่งหลอกลวงประชาชนชาวญี่ปุ่น จนทราบว่า นายซาซากิเป็นหัวหน้าใหญ่ผู้สั่งการ มีเครือข่ายการทำงานเชื่อมโยงในหลายประเทศ และพบว่าเครือข่ายดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติที่ใช้ประเทศกัมพูชาเป็นฐานปฏิบัติการ และมีพฤติการณ์หลอกลวงผู้เสียหายผ่านขบวนการคอลเซ็นเตอร์ รวมถึงมีข้อมูลเชื่อมโยงกับการนำพาและบังคับบุคคลให้ทำงานในขบวนการดังกล่าว อันเป็นลักษณะของการค้ามนุษย์ข้ามชาติ ซึ่งเป็นประเด็นที่หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของหลายประเทศกำลังร่วมกันปราบปรามอย่างเข้มข้น

ทั้งนี้ จากการสืบสวนพบว่านายซาซากิหลบซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทยพร้อมครอบครัว ต่อมาศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ได้มอบหมายให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองดำเนินการสืบสวนติดตาม กระทั่งสามารถเข้าจับกุมนายซาซากิได้สำเร็จ และจะดำเนินการส่งตัวให้ตำรวจญี่ปุ่น เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.อ.ธัชชัย ย้ำว่า การปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์และขบวนการค้ามนุษย์เป็นนโยบายสำคัญของนายกรัฐมนตรีและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ การทำงานร่วมกับประเทศญี่ปุ่น รวมถึงประเทศต่าง ๆ มีความสำคัญอย่างยิ่งในการป้องกันไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นทางผ่านในการนำบุคคลไปบังคับทำงานในแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน ตลอดจนการปราบปรามเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยมุ่งเป้าไปที่การจับกุมหัวหน้าขบวนการสำคัญเพื่อนำตัวมาลงโทษตามกฎหมาย ซึ่งจะส่งผลต่อการทำลายวงจรอาชญากรรมดังกล่าวได้อย่างมีนัยสำคัญ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง