กมธ.ความมั่นคงฯ ลงพื้นที่จันทบุรี ดูรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา คืบหน้าแล้ว 45 % ผบ.ฉก.นย.จันทบุรี เผยไทยไม่ได้ทำฝ่ายเดียว มีการสังเกตการณ์ทุกขั้นตอน พร้อมแจงดรามาช่องวางกำแพง รอ JBC- ปิดชิดแน่นอน หลักหมุดไม่ได้หาย สำหรับรั้วชายแดนดังกล่าว ใช้งบประมาณจากกองทุนหทัยทิพย์ รับผิดชอบการก่อสร้างโดย หน่วยทหารพัฒนา
วันนี้ (27 มิ.ย.69) นายมณเฑียร สงฆ์ประชา สส.ชัยนาท พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการฯ เดินทางลงพื้นที่ จ.จันทบุรี เพื่อศึกษาดูงานพื้นที่ก่อสร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ ต.เทพนิมิต อ.โป่งน้ำร้อน โดยมี น.อ. ปรัชญา หาญเทียม ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี (ผบ.ฉก.นย.จันทบุรี) รายงานความคืบหน้าในการก่อสร้าง
น.อ. ปรัชญา ยืนยันว่า การสร้างรั้วชายแดน ไทยจะสร้างชิดเส้นเขตแดน และได้แจ้งฝ่ายกัมพูชาไป เพื่อป้องกันการเข้าใจผิด และขอยืนยันว่า ทุกขั้นตอนการปฏิบัติไทยยึดกฎหมายระหว่างประเทศ และไทยไม่ได้ทำฝ่ายเดียว ซึ่งทุกขั้นตอนในการสร้างรั้วชายแดน เราได้เชิญฝ่ายกัมพูชา มาตรวจสอบ และสังเกตการณ์ในการปฎิบัติงานทุกขั้นตอนก่อนที่เราจะดำเนินการ ปัจจุบันในพื้นที่ปิดด่าน 100 % ไม่มีเปิด ตามนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือ และรัฐบาล
สำหรับรั้วชายแดนดังกล่าว ใช้งบประมาณจากกองทุนหทัยทิพย์ รับผิดชอบการก่อสร้างโดย หน่วยทหารพัฒนา กองบัญชาการกองทัพไทย ถูกสร้างขึ้นบริเวณหลักเขตแดนที่ 52–54 ในเฟสแรก ระยะทาง 1.3 กิโลเมตร ซึ่งเป็นเขตแดนที่ไทย และกัมพูชา สามารถตกลงกันได้แล้ว ผ่านกลไก JBC ปัจจุบันความคืบหน้าการก่อสร้างอยู่ที่ 45 %
ส่วนในเฟสที่ 2 จะสร้างบริเวณเขตแดนที่ 54–59 ระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างถนน จากหลักเขตแดนที่ 54 ประมาณ 600 เมตร เพื่อรองรับการก่อสร้างรั้ว และโครงสร้างด้านความมั่นคงในระยะต่อไป รวมระยะทางก่อสร้างรั้วทั้งสิ้น 8.3 กิโลเมตร
โดยลักษณะของรั้วชายแดน คือ แผ่นปูนทึบสูง 1.95 เมตร ความสูงรวมของกำแพง คือ 4.3 เมตร มีแนวรั้วลวดหนามติดอยู่บนยอดกำแพง
ส่วนช่องว่างรั้วกำแพง ที่เคยเป็นดรามาก่อนหน้านี้ คณะกรรมาธิการฯ ก็ได้ไปดู และสอบถามว่า เป็นไปตามข่าวจริงหรือไม่ ซึ่งผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี ได้ชี้แจงว่า หลักเขตที่เป็นข่าวคือหลักเขตที่ 52 สร้างมาตั้งแต่สมัยสนธิสัญญาฝรั่งเศส ซึ่งถือเป็นสมบัติของทั้ง 2 ประเทศ (ไทย และกัมพูชา) โดยสาเหตุที่ต้องเว้นว่างก่อสร้างกำแพงไว้ ตรงบริเวณหลักเขต เนื่องจากกระบวนการของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม หรือ JBC ยังดำเนินการไม่ครบถ้วน และยังมาปรับปรุง หลังจากนั้นจะมีการนำแผ่นบานพับ แบบเปิด-ปิด ได้มาครอบตรงบริเวณหลักเขต เพื่อให้คณะกรรมการ JBC ร่วมกันตรวจสอบได้ ยืนยัน จะไม่เว้นช่องว่างไว้แน่นอน แต่ปัจจุบันยังสร้างไม่เสร็จ พร้อมยืนยันว่า หลักเขตก็ไม่ได้หายไปไหน หลังมีการไปตัดต่อภาพนำหลักเขตออก
ขณะเดียวกันคณะกรรมาธิการฯ ได้สอบถามถึงถนนเลียบกำแพงชายแดน ที่อยู่หลังกำแพงนั้นเป็นของใคร ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี เปิดเผยว่า เป็นของฝ่ายกัมพูชาสร้างไว้ โดยใช้งบของกัมพูชาเอง ซึ่งได้ก่อสร้าง ห่างจากรั้วชายแดนไทย ประมาณ 3 เมตร
จากนั้นคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐฯ ได้เดินทางไปสำรวจพื้นที่ตัว ก.ไก่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีลักษณะพื้นที่คล้ายตัว ก.ไก่ อยู่ในพื้นที่บ้านผักกาด อ.โป่งน้ำร้อน ซึ่งมีคลองตะเคียนอยู่ล้อมรอบ ถือเป็นเส้นแบ่งเขตแดนตามแนวธรรมชาติ แต่ปี 2563 พบว่า มีพื้นที่นี้ถูกตัดขาด ส่งผลให้พื้นที่ประมาณ 3 ไร่เศษถูกตัดขาด ซึ่งอาจส่งผลต่อแนวเส้นเขตแดน หากไม่เร่งรีบแก้ไข โดยกองกำลังการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) จึงได้ทำหนังสือประท้วงกัมพูชาว่า พื้นที่ที่ถูกตัดขาดไป ไม่ได้เกิดจากธรรมชาติ แต่เกิดจากฝีมือมนุษย์ เพื่อหวังให้เส้นทางน้ำเปลี่ยนไป แต่ฝ่ายกัมพูชาพยายามยืนยันว่า เกิดจากธรรมชาติ
น.อ.ปรัชญา กล่าวว่า ปัจจุบันกองทัพ และชาวบ้าน ได้ร่วมมือกันถมพื้นที่ปิดคลอง เพื่อให้แผ่นดินไทยกลับมาเชื่อมกันอีกครั้งเรียบร้อยแล้ว โดยใช้รถขนดินกว่า 200 คัน พร้อมสถาปนาความไว้ใจในพื้นที่ปักธงชาติไทย
อีกทั้งยังมีการทำถนนเข้ามายังในพื้นที่ ก.ไก่ และตัวยู เสร็จเรียบร้อยแล้วระยะทางรวมประมาณ 15 กิโลเมตร โดยใช้งบประมาณจากประชาชนทั้งหมด โดยในอนาคตหากต้องการให้ถนนมีความคงทน จะต้องมีการเปลี่ยนเป็นถนนลาดยาง ซึ่งต้องใช้งบประมาณจากภาครัฐ แต่ปัจจุบันยังไม่มีหน่วยงานที่จะเข้ามารับผิดชอบ ซึ่งอยู่ระหว่างพูดคุยกันว่า จะมอบหมายหน่วยงานใดเข้ามาดูแล เช่น กรมทางหลวงชนบท หรือว่า หน่วยทหารพัฒนา เพราะไม่ต้องการให้ถนนที่ประชาชนร่วมแรงร่วมใจในการทำมานั้นสูญเปล่า ซึ่งทางคณะกรรมาธิการฯ พร้อมเร่งรัด และประสานงาน เรื่องงบประมาณให้ แต่ว่า ขั้นตอนในการของบฯ จะต้องมีหน่วยงานราชการ อย่างน้อย 1 หน่วยงาน เป็นผู้รับผิดชอบพื้นที่เสียก่อน
ทั้งนี้ น.อ.ปรัชญา ยืนยันว่า ที่ผ่านมาทหารไม่ได้ละเลยในการปฏิบัติหน้าที่ และได้ดำเนินการจนสำเร็จลุล่วงด้วยดีด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน