ลูกสาว ขอชี้แจง! ยันสบายดี ไม่ได้หนีไปเป็นสแกมเมอร์ แต่ทนพฤติกรรมแม่ไม่ไหว

ลูกสาว ขอชี้แจง! ยันสบายดี ไม่ได้หนีไปเป็นสแกมเมอร์ แต่ทนพฤติกรรมแม่ไม่ไหว

View icon 44
วันที่ 30 มิ.ย. 2569 | 18.24 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
จากกรณีที่ นางน้อย (นามสมมุติ) อายุ 65 ปี  ชาว จ.สระแก้ว ได้ออกมาร้องสื่อมวลชน กรณี ลูกสาว อายุ 33 ปี ได้ลาออกจากราชการในสถานศึกษาแหงหนึ่ง ใน จ.สระแก้ว หลังถูกเพื่อนสาวติดต่อมาให้ไปทำงานเป็นสแกมเมอร์ ที่ประเทศกัมพูชา เมื่อต้นเดือน เม.ย. 69 ที่ผ่านมา ซึ่งตนได้ลงบันทึกแจ้งความไว้ที่ สภ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว ไว้เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 69
  
นางรัชนี เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ปกติลูกสาว ทำงานอยู่ที่สถานศึกษาแห่งหนึ่ง ใน จ.สระแก้ว ได้รับเงินเดือน ๆ ละ 30,000 บาท และก่อนเกิดเหตุทะเลาะกับแฟนหนุ่ม ถึงขั้นแตกหักเลิกรากัน ทำให้ลูกสาวเสียใจ เพื่อนของลูกสาวที่เข้าไปทำงานเป็นสแกมเมอร์ อยู่ที่ประเทศกัมพูชา จึงโทรศัพท์มาหา และชักชวนให้ไปทำงานด้วย โดยให้เงินเดือน ๆ ละ 80,000 บาท  วันรุ่งขึ้น ลูกสาวจึงไปยื่นใบลาออก พร้อมกับนำของใช้ต่าง ๆ ขึ้นรถกระบะ พร้อมรถจักรยานยนต์ ใส่รถไปด้วย 1 คัน ก่อนขับรถออกจากบ้านไป

ซึ่งเรื่องดังกล่าว สภ.วัฒนานคร ได้ติดตามตรวจสอบจนพบว่า ครั้งสุดท้ายพบพิกัดของลูกสาวอยู่ที่ อ.เกาะกูด จ.ตราด ตนพยายามโทรศัพท์ติดต่อกับลูกสาว แต่ไม่สามารถติดต่อได้ ด้วยความร้อนใจ เสียอกเสียใจ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงติดต่อผู้สื่อข่าว ให้ช่วยเป็นกระบอกเสียงในการตามหาลูกสาวให้อีกทางหนึ่ง

หลังจากแจ้งความแล้ว ตนเองไม่รู้จะทำอย่างไร จึงยอมขายรถยนต์ฟอร์จูนเนอร์ ไป 1 คัน และมาพักอยู่ จ.ตราด และ จ.จันทบุรี โดยเอาเงินจากการขายรถยนต์มาลงทุนซื้อของมาขายตลาดนัด ทั้ง จ.ตราด และ จ.จันทบุรี เพื่อรอลูกสาวกลับมา และเป็นความหวังว่าอาจจะได้พบหรือไม่ได้พบก็ยังมีความหวังว่า ลูกสาวคงยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งตนไม่รู้ว่า ตอนนี้ลูกสาวยังมีชีวิตอยู่หรือไม่

โดยความคืบหน้าล่าสุด วันนี้ (30 มิ.ย. 69) ครูสาวทั้งสองพี่น้อง ได้อธิบายกับทีมข่าวว่า ภายหลังจากที่พ่อเสียชีวิตไปกว่าหนึ่งปีที่ผ่านมา ครูสาวคนน้อง อาศัยอยู่กับแม่เพียง 2 คน ต่อมา แม่มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับการพนัน และมีความพยายามจะขายบ้านและที่ดินของครอบครัวอยู่บ่อยครั้ง ทำให้ครูสาวคนน้องไม่สามารถรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวได้ จึงตัดสินใจย้ายไปทำงานที่อื่น และไม่ได้ติดต่อกับมารดา แต่ยังคงติดต่อกับพี่สาวมาโดยตลอด ทั้งนี้ ยืนยันว่าไม่ได้ไปทำงานเป็นแก๊งสแกมเมอร์ในประเทศกัมพูชาตามที่มีการนำเสนอข่าว

โดยภายหลังจากครูสาวคนน้องย้ายออกจากบ้าน แม่ได้เข้าแจ้งความเพื่อติดตามหาตัว และออกตระเวนขายสินค้าตามตลาดนัด พร้อมกล่าวอ้างว่า ต้องการตามหาลูกสาว อย่างไรก็ตาม ครอบครัวระบุว่า สาเหตุที่แท้จริงเป็นเพราะต้องการให้ลูกกลับมาโอนที่ดินและยินยอมโอนทรัพย์สินของพ่อและที่ดิน เพื่อนำเงินไปใช้ตามความต้องการของแม่

ครูสาวคนน้อง เปิดเผยว่า ปัจจุบันตนปลอดภัยและมีความเป็นอยู่ที่ดี โดยสาเหตุที่ย้ายออกจากบ้านเกิดจากปัญหาภายในครอบครัว ก่อนออกจากบ้านได้มีปากเสียงกับแม่จริง เนื่องจากไม่สามารถทนต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ส่วนประเด็นเรื่องอกหักนั้น ไม่เป็นความจริง จึงขอชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสื่อมวลชนเพื่อให้สังคมได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน