รวบสาวบัญชีม้า อ้างเป็นตร. หลอกผู้เสียหายให้โอนเงินไปให้ตรวจสอบ เกี่ยวกับการฟอกเงิน สูญเงิน 2 ล้านบาท

รวบสาวบัญชีม้า อ้างเป็นตร. หลอกผู้เสียหายให้โอนเงินไปให้ตรวจสอบ เกี่ยวกับการฟอกเงิน สูญเงิน 2 ล้านบาท

View icon 15
วันที่ 3 ก.ค. 2569 | 16.51 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
วันนี้ (3 ก.ค. 69) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร่วมกันจับกุม นางสาวหนึ่งฤทัย อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสระบุรี ที่ จ.431/2568 ลงวันที่ 29 ตุลาคม 2569

ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น โดยทุจริตหรือโดยการหลอกลวงร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และเปิดหรือยินยอม ให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากบัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัตรบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตนโดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ต้องเกี่ยวข้องหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้หรือยืมใช้เลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ของตนทั้งนี้โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด”

โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณหน้าบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ ต.ท่ากระดาน อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา

พฤติการณ์ เมื่อวันที่ (11 มิ.ย. 66) ขณะที่ผู้กล่าวหาอยู่ที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งใน อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ซึ่งได้ลงเพจเฟซบุ๊ก ได้มีคนร้ายโทรศัพท์ โทรมาที่เบอร์โทรของผู้เสียหายซึ่งเป็นเสียงผู้หญิง และได้บอกกับผู้เสียหายว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ประจำอยู่ที่ สภ.หัวหิน และแจ้งว่าผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน

จากนั้นหญิงคนดังกล่าวได้แอดไลน์หรือเพิ่มเพื่อนกับผู้กล่าวหาโดยอัตโนมัติ และหญิงคนดังกล่าวได้พูดกับผู้เสียหายว่าจะให้ติดต่อกับพนักงานสืบสวน และได้วางสายโทรศัพท์ไป จากนั้นผู้เสียหายจึงได้เข้าไปในแอปพลิเคชันไลน์ในโทรศัพท์พบผู้ใช้ชื่อไลน์ว่า “สถานีตำรวจภูธรหัวหิน” ซึ่งมีภาพถ่ายของสถานีตำรวจภูธรหัว เป็นรูปหน้าปก ได้เป็นเพื่อนกับผู้เสียหายทางไลน์ และได้ส่งข้อความมาหาผู้เสียหายและได้ส่งเอกสารหลักฐานการกระทำผิดของคนอื่นมาให้ผู้เสียหายดู

เมื่อผู้เสียหายเห็นภาพดังกล่าวแล้วรู้สึกตกใจและกลัว จากนั้นไลน์ดังกล่าวได้โทรวิดีโอคอล มาหาผู้เสียหายและได้เปิดกล้อง ผู้เสียหายเห็นว่า ผู้ใช้ชื่อไลน์ดังกล่าว ได้แต่งเครื่องแบบเจ้าหน้าที่ตำรวจและเป็นผู้ชาย (จำยศไม่ได้) และสวมใส่แมสปิดบังใบหน้า และได้รีบปิดกล้องทันที จึงหลงเชื่อว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริง

จากนั้นคนร้ายได้แนะนำตัวและสอบถามพูดคุยกับผู้เสียหายโดยแจ้งว่าผู้เสียหายมีส่วนในการกระทำผิดเกี่ยวกับฟอกเงิน ของนายบุญกร และได้ส่งภาพถ่ายต่าง ๆ มาให้ผู้เสียหายดูอีก จากนั้นคนร้ายได้บอกกับผู้เสียหายให้มาพบที่ สภ.หัวหิน เพื่อแจ้งความภายใน 3 ชั่วโมง แต่ผู้เสียไม่สามารถไปได้ คนร้ายจึงได้จึงบอกว่า จะอำนวยความสะดวก

โดยให้ผู้เสียหายโอนเงินมาให้เพื่อตรวจสอบ ได้โอนเงินมาเข้าบัญชีของผู้ต้องหา ชื่อบัญชี นางสาวหนึ่งฤทัย ซึ่งเป็นผู้ต้องหา (บัญชีม้า) จำนวน 2,000,000 บาท หากไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิด จะโอนเงินคืนกลับมาให้เมื่อตรวจสอบเสร็จ ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ จึงได้โอนเงินไปให้คนร้ายตามหมายเลขบัญชีธนาคารของคนร้ายตามดังกล่าว
ต่อมาผู้เสียหายจึงทราบว่าผู้ต้องหาหลอกลวงจนเป็นเหตุให้ได้รับความเสียหาย ให้ดำเนินคดีกับคนร้ายให้ได้รับโทษตามกฎหมายจนกว่าคดีจะ ถึงที่สุด จึงได้เดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.แก่งคอย

ก่อนทำการจับกุมเจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุม ได้ทำการสืบสวนจับกุมผู้ต้องหา นางสาวหนึ่งฤทัย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสระบุรี ที่ จ.431/2568 ลงวันที่ 29 ตุลาคม 2569 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น

โดยทุจริตหรือโดยการหลอกลวงร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝากบัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัตรบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตนโดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ต้องเกี่ยวข้องหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้หรือยืมใช้เลขหมายโทรศัพท์สำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตนทั้งนี้โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด”

จ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้จับกุมผู้ต้องหา ตามสถานที่ดังกล่าวฯ จากนั้นจึงควบคุมตัวผู้ต้องหามาจัดทำบันทึกการจับกุม ที่ สภ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา  ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.แก่งคอย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป