รวบ 2 หมอเถื่อน นัดลูกค้าจิ้มหน้าฉีดโบท็อกซ์ เติมฟิลเลอร์ คาบ้านพัก

รวบ 2 หมอเถื่อน นัดลูกค้าจิ้มหน้าฉีดโบท็อกซ์ เติมฟิลเลอร์ คาบ้านพัก

View icon 34
วันที่ 6 ก.ค. 2569 | 11.09 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วม สบส. รวบ 2 หมอเถื่อน นัดลูกค้าจิ้มหน้าฉีดโบท็อกซ์ เติมฟิลเลอร์ คาบ้านพัก สารภาพจบการศึกษาเพียงชั้น ปวช. และ ม.6 อาศัยครูพักลักจำ จากที่เคยทำงานที่คลินิก  

วันนี้ ( 6 ก.ค. 69 ) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข กวาดล้างหมอเถื่อนฉีดเสริมความงามให้ประชาชน 2 จุด จับกุมผู้ต้องหา 2 คน ลักลอบใช้บ้านพักฉีดเสริมความงามให้ประชาชน ยึดของกลางทั้ง ยา เวชภัณฑ์ วัสดุ อุปกรณ์ ทางการแพทย์ 66 รายการ รวมกว่า 1,110 ชิ้น มูลค่ากว่า  200,000 บาท

สืบเนื่องจากกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ได้รับหนังสือจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ หลังได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน ให้ตรวจสอบบุคคลที่ไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์ ลักลอบให้บริการฉีด โบท๊อกซ์ ฟิลเลอร์ และฉีดยาบำรุงผิว โดยผู้ฉีดไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม หรือหมอเถื่อน เมื่อมีผู้บริโภคสนใจจะให้ติดต่อผ่านข้อความส่วนตัว โดยหลังโอนเงินมัดจำจะนัดหมายให้มารับบริการ ในบ้านพักส่วนตัวซึ่งถูกดัดแปลงเป็นคลินิกเถื่อน ในเขตพื้นที่ กรุงเทพมหานคร และจ.สมุทรปราการ ตำรวจจึงลงพื้นที่ตรวจสอบจนแน่ชัดว่ามีการกระทำผิดกฎหมายจริง และจนนำไปสู่การวางแผนจับกุมผู้กระทำความผิด 2 คน ดังนี้

1. บ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ นำหมายค้นของศาลอาญาเข้าตรวจค้น ขณะตรวจค้น พบ น.ส.ธัญญาธร อายุ 31 ปี กำลังให้บริการฉีดโบท๊อกบริเวณใบหน้าให้กับลูกค้า จากการตรวจสอบพบว่า สถานที่ดังกล่าวไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการ และไม่มีใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาล อีกทั้งผู้ที่ให้บริการฉีดรักษาไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมแต่อย่างใด

สอบถาม น.ส.ธัญญาธร รับว่า จบ ปวช. จากนั้นไปทำงานตามคลินิก และสถานพยาบาลเสริมความงามต่าง ๆ ประมาณ 6-7 ปี มีความรู้การฉีดยา โดยศึกษาการใช้ยา และวิธีฉีดด้วยตนเอง จากแพทย์ประจำคลินิก หลังจากเลิกทำงานตามคลินิก ได้นำความรู้ที่ได้มาให้บริการกับลูกค้า โดยโฆษณาหาลูกค้าผ่านเฟซบุ๊ก ด้วยการจัดโปรโมชัน ความสวยความงาม ฉีด โบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ ฉีดผิวครบวงจร ราคาเริ่มต้น 790 บาท ถึง 4,990 บาท เปิดให้บริการมาแล้วกว่า 2 ปี มีลูกค้ามารับบริการวันละประมาณ 2 – 5 คน รายได้ต่อเดือนประมาณ 100,000-120,000 บาท สำหรับยาที่นำมาใช้ สั่งจากออนไลน์

เจ้าหน้าที่จึงจับกุม นางสาวธัญญาธร พร้อมของกลาง ยาแผนปัจจุบัน ที่ขึ้นทะเบียนตำรับยา 24 รายการ รวม 667 ชิ้น, ยาแผนปัจจุบัน ที่ยังไม่ขึ้นทะเบียนตำรับยา 5 รายการ รวม 11 ชิ้น และเวชภัณฑ์ วัสดุ อุปกรณ์ทางการแพทย์ 15 รายการ รวม 358 ชิ้น นำส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ.เพื่อดำเนินคดี

2. บ้านพักแห่งหนึ่งพื้นที่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. เข้าตรวจ ขณะเข้าตรวจค้น พบ น.ส.นวพร อายุ 25 ปี กำลังให้บริการฉีดโบท๊อกบริเวณใบหน้าให้กับลูกค้า จากการตรวจสอบพบว่า สถานที่ดังกล่าวไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการ และไม่มีใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาล อีกทั้งผู้ที่ให้บริการฉีดรักษาไม่มีใบอนุญาต ประกอบวิชาชีพเวชกรรมแต่อย่างใด

สอบถาม น.ส.นวพร รับว่า จบการศึกษาชั้น ม.6 หลังจบการศึกษาแล้ว ไปทำงานตามคลินิก สถานพยาบาลเสริมความงามอยู่หลายปี มีความรู้การฉีดยา โดยศึกษาการใช้ยา และวิธีฉีดด้วยตนเองจากแพทย์ประจำคลินิก หลังจากเลิกทำงานตามคลินิก ได้นำความรู้ที่ได้และเมื่อมีความชำนาญมากขึ้น จึงเริ่มรับลูกค้าเอง โดยส่วนใหญ่จะเป็นเพื่อน และมาจากบอกต่อกันในกลุ่ม มีบริการฉีด โบท็อก ฟิลเลอร์ ฉีดผิวหน้าใสครบวงจร ราคาเริ่มต้น 1,000-5,000 บาท โดยทำมาแล้วประมาณ 2 ปี มีลูกค้ามารับบริการวันละประมาณ 2–5 คน รายได้ต่อเดือน มีรายได้ประมาณ 30,000 บาท

เจ้าหน้าที่จึงร่วมกันจับกุม น.ส.นวพร พร้อมของกลาง ยาแผนปัจจุบัน ที่ยังไม่ขึ้นทะเบียนตำรับยา 4 รายการ รวม 9 ชิ้น,  เครื่องสำอาง ไม่มีเลขจดแจ้ง 12 รายการ รวม 51 ชิ้น, เครื่องมือแพทย์ ไม่ขึ้นทะเบียน 4 ราย รวม 75 ชิ้น และเวชภัณฑ์ วัสดุ อุปกรณ์ทางการแพทย์ 2 รายการ รวม 102 ชิ้น นำส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ. ดำเนินคดี

รวมตรวจค้น 2 จุด จับกุมผู้ต้องหาโดยเป็นแพทย์เถื่อน 2 คน ตรวจยึดของกลาง รวมกว่า 205 รายการ มูลค่ากว่า 280,000 บาท โดยเป็นยามีทะเบียนตำรับยา 24 รายการ, ยาที่ไม่มีทะเบียนตำรับยา 9 รายการ, เครื่องมือแพทย์ 4 รายการ, เครื่องสำอางที่แสดงฉลากไม่ถูกต้อง 12 รายการ, เวชภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ 17 รายการ รวมทั้งสิ้น 66 รายการ รวมกว่า 1,110 ชิ้น มูลค่ากว่า  200,000 บาท

โดยผู้ทำการรักษาจบระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 1 ราย, ปวช. 1 ราย โดยผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพตลอดทุกข้อกล่าวหา ซึ่งการปล่อยให้บุคคลที่มิใช่แพทย์มาให้บริการรักษา ผู้ดำเนินการสถานพยาบาลจะถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 ฐาน “ปล่อยปละละเลยให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่ผู้ประกอบวิชาชีพทำการประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาล” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจมีคำสั่งทางปกครองให้ปิดสถานพยาบาลเป็นการชั่วคราว หรืออาจถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาตได้ โด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง