หมดอนาคต ตำรวจกองปราบรวบหนุ่มนักศึกษา อายุ 18 ปี ก่อเหตุตระเวนขโมยรถจักรยานยนต์ 3 คัน ใน 10 วัน อ้างหาเงินใช้หนี้นอกระบบ โดย 2 คัน ที่ จ.หนองบัวลำภู ขโมยใช้หนี้ หนีมา จ.มหาสารคาม ขโมยอีกคันขี่หนีมา กทม. ก่อนจนมุม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.ต.เอกสิทธิ์ อินทร์โท่โล่ สารวัตร กองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปราม (สว.กก.3 บก.ป.) พร้อมด้วย, ร.ต.อ.พีรวัส สีสอาด รอง สว.กก.3 บก.ป. นำกำลังตำรวจ กก.3 บก.ป. ร่วมกันจับกุมหนุ่มอายุ 18 ปี ซึ่งเป็นนนักศึกษา และดป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมหาสารคาม ที่ จ.755/2569 ลงวันที่ 7 ก.ค. 69 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน” หมายจับศาลจังหวัดหนองบัวลำภู ที่ 119/2569 ลงวันที่ 8 ก.ค. 69 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน” สามารถจับกุมได้บริเวณซอยพหลโยธิน 69/7 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. และตรวจยึดของกลาง รถจักรยานยนต์ สีแดง - ดำ จำนวน 1 คัน
สืบเนื่องจาก เมื่อช่วงปลายเดือน มิ.ย. 69 ผู้เสียหายได้ร้องขอความช่วยเหลือผ่านเพจเฟซบุ๊ก“ช่องแจ้งข่าวชาวสารคาม” หลังรถจักรยานยนต์ สีแดง - ดำ สูญหายจากหอพักในพื้นที่ อ.เมืองมหาสารคาม จ.มหาสารคาม โดยผู้เสียหายจอดรถไว้เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 69 เวลาประมาณ 17.00 น. ก่อนขึ้นห้องพัก และเมื่อลงมาอีกครั้งในช่วงเช้าวันถัดมา เวลาประมาณ 09.30 น. พบว่ารถได้หายไป จึงเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมหาสารคาม หลังเกิดเหตุ ชุดสืบสวน สภ.เมืองมหาสารคามรวบรวมพยานหลักฐาน จนสามารถขออำนาจศาลออกหมายจับ
ต่อมาชุดสืบสวน กก.3 บก.ป. ได้รับข้อมูลว่า ผู้ต้องหาได้หลบหนีเข้ามากบดานในพื้นที่เขตบางเขน จึงลงพื้นที่สืบสวน ติดตามความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง กระทั่งได้พบชายลักษณะคล้ายผู้ต้องหาขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาภายในซอยพหลโยธิน 69/7 จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ ได้แสดงหมายจับ โดยผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริง และไม่เคยถูกจับกุมตามหมายดังกล่าวมาก่อน จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองมหาสารคาม ดำเนินคดีตามกฎหมาย
จากการตรวจสอบประวัติเพิ่มเติม พบว่าผู้ต้องหายังมีหมายจับของศาลจังหวัดหนองบัวลำภู อีก 1 หมาย และระหว่างการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพเพิ่มเติมว่า ก่อนก่อเหตุที่ จ.มหาสารคาม ได้ลักรถจักรยานยนต์มาแล้ว 2 คัน ภายในเวลาเพียง 2 วัน ในพื้นที่ จ.หนองบัวลำภู เนื่องจากมีปัญหาหนี้นอกระบบ และถูกเจ้าหนี้กดดันอย่างหนัก จนถูกบังคับให้นำรถจักรยานยนต์ที่ลักมาใช้ชดใช้หนี้ เมื่อทราบว่าตำรวจกำลังติดตามจับกุม จึงหลบหนีมายัง จ.มหาสารคาม ก่อนก่อเหตุลักรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายอีก 1 คัน แล้วใช้เป็นพาหนะหลบหนีเข้ามายังกรุงเทพฯ กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมได้ในที่สุด