กรมอุทยานฯ ผนึกกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 250 นาย คุมไฟป่าพรุควนเคร็ง อย่างต่อเนื่อง เฝ้าระวังเข้มข้น 24 ชม. ป้องกันปะทุซ้ำ

กรมอุทยานฯ ผนึกกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 250 นาย คุมไฟป่าพรุควนเคร็ง อย่างต่อเนื่อง เฝ้าระวังเข้มข้น 24 ชม. ป้องกันปะทุซ้ำ

View icon 13
วันที่ 25 ส.ค. 2569 | 11.30 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
วันนี้ (25 ส.ค. 69) สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 (นครศรีธรรมราช) ร่วมกับหน่วยงานบูรณาการในพื้นที่ ระดมกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 250 นาย เร่งเข้าควบคุมและเฝ้าระวังสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ป่าพรุควนเคร็งอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดสามารถควบคุมกลุ่มควันและดับไฟป่าปะทุซ้ำได้เกือบทั้งหมดแล้ว พร้อมวางมาตรการเข้มงวดป้องกันการลักลอบเผาป่าเพื่อผลประโยชน์ส่วนตน

นายสุรศักดิ์ อนุสรณ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 เปิดเผยว่า "ขณะนี้คณะพนักงานเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมสถานการณ์ไฟป่าพรุควนเคร็งไว้ได้เกือบทั้งหมดแล้ว

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากโครงสร้างป่าพรุมีความหนาแน่นของเศษใบไม้และชั้นระกาใต้ดินที่อาจมีความร้อนสะสม จึงยังมีบางจุดที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เจ้าหน้าที่ได้วางกำลังและฉีดน้ำลดความร้อนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการปะทุซ้ำอย่างเด็ดขาด

นอกจากนี้ ยังได้จัดตั้งกรอบมาตรการร่วมกับชุมชนเพื่อตรึงพื้นที่ ห้ามมิให้มีการลักลอบเข้าไปจุดไฟเผาป่าเพื่อหาประโยชน์ส่วนตัวโดยเด็ดขาด เนื่องจากทรัพยากรธรรมชาติเหล่านี้เป็นสมบัติของชาติที่ต้องร่วมกันดูแล

สำหรับสรุปผลการปฏิบัติงาน เมื่อวันที่ (23 ส.ค. 69) ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบและปฏิบัติตามแผนเฝ้าระวังในพื้นที่จุดเสี่ยง 4 จุดหลัก ได้แก่ เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อย 2 จุด (บริเวณบ้านโคกเลา และหลังดินทรุด ต.เคร็ง อ.ชะอวด) และเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบ่อล้อ 2 จุด (บ้านปลายดิน อ.ชะอวด และบ้านส้องขุนแสง อ.เชียรใหญ่) โดยในระหว่างวันพบจุดปะทุคืน 1 จุด บริเวณบ้านควนยาว ต.เคร็ง ซึ่งชุดปฏิบัติการสามารถดับไฟเสร็จสิ้นและเข้าทำแนวดำดับความร้อนใต้ดินเรียบร้อยแล้ว

การปฏิบัติงานในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนกำลังพลรวม 250 นาย ประกอบด้วย กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช 200 นาย (รวมถึงชุดเสือไฟจาก 4 ศูนย์ปฏิบัติการ) และกรมป่าไม้ 48 นาย พร้อมประสานการทำงานร่วมกับจังหวัดนครศรีธรรมราช, อบต.เคร็ง, ปภ.จังหวัด, กรมชลประทาน, กรมทรัพยากรน้ำ และอากาศยานเตรียมพร้อมปฏิบัติการคอยสนับสนุนการทิ้งน้ำดับไฟทันทีหากเกิดเหตุฉุกเฉิน

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะยังคงตรึงกำลังปฏิบัติงานเฝ้าระวังในพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจลาดตระเวนรอบแนวเขตป่าพรุ และบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดเพื่อปกป้องระบบนิเวศป่าพรุให้กลับคืนสู่ความสมบูรณ์โดยเร็ว