จับเพิ่มโปรแกรมเมอร์ชาวเวียดนาม เอี่ยวซุกไอซ์ในกระปุกมะขามเปียกส่งญี่ปุ่น เจ้าตัวยังให้การภาคเสธ

จับเพิ่มโปรแกรมเมอร์ชาวเวียดนาม เอี่ยวซุกไอซ์ในกระปุกมะขามเปียกส่งญี่ปุ่น เจ้าตัวยังให้การภาคเสธ

View icon 44
วันที่ 27 ก.ค. 2569 | 14.34 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ตำรวจจับเพิ่มหนุ่มเวียดนาม ดีกรีโปรแกรมเมอร์ เอี่ยวซุกไอซ์ในกระปุกมะขามเปียกส่งญี่ปุ่น เจ้าตัวยังให้การภาคเสธ อ้างกดเงินเป็นค่าจ้างดูแลเว็บพนัน

วันนี้ (27 ก.ค.69) พล.ต.ท. สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และ พล.ต.ต. ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ร่วมสอบปากคำ นายเหงียน ทิน เฮา ผู้ต้องหาชาวเวียดนาม พร้อมของกลาง คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์หลายรายการ หลังถูกจับกุมเนื่องจากมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ กรณีหลอกลวงหญิงชาวไทยหิ้วมะขามเปียกซุกซ่อนไอซ์ 2 กิโลกรัมเข้าประเทศญี่ปุ่น แต่เจ้าตัวเห็นผิดสังเกตจึงแจ้งให้ตำรวจไปตรวจสอบ พบว่ามีไอซ์ซุกซ่อนอยู่

โดยตำรวจได้ขยายผลจับกุมผู้ต้องหาได้รายแรกคือ นายสมพงษ์ ซึ่งเป็นเจ้าของบัญชีธนาคาร 4 บัญชี ที่แก๊งค้ายาเสพติดข้ามชาติชาวเวียดนามใช้ในการโอนเงินและกดเงิน นายสมพงษ์อ้างว่าเปิดบัญชีให้แฟนสาวชาวเวียดนามใช้ในการทำธุรกรรมทางการเงิน ต่อมาตำรวจขยายผลจับกุมผู้ต้องหารายที่ 2 เป็นหญิงชาวเวียดนาม ทำหน้าที่เป็นคนกดเงินจากบัญชีชื่อนายสมพงษ์ ออกจากตู้เอทีเอ็ม

กระทั่งมาจับกุม นายเหงียน ทิน เฮา เป็นผู้ต้องหารายที่ 3 เนื่องจากพบว่าเป็นคนไปกดเงินจากบัญชีชื่อนายสมพงษ์ ออกจากตู้เอทีเอ็มเช่นเดียวกัน ซึ่งตำรวจยังพบว่านายเหงียน ทิน เฮา มีดีกรีเป็นถึงโปรแกรมเมอร์ จบการศึกษาคณะวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ จากประเทศเวียดนาม โดยนายเหงียน ทิน เฮา เดินทางวนเวียนเข้าออกประเทศไทยหลายครั้ง ใช้วีซ่านักท่องเที่ยวซึ่งสามารถอยู่ในประเทศไทยได้ 60 วัน มาเช่าคอนโดมิเนียมย่านสาทรพักอาศัย ทำหน้าที่เขียนโปรแกรมและดูแลระบบเว็บพนัน ซึ่งอาจเชื่อมโยงกับแก๊งสแกมเมอร์เวียดนาม

พล.ต.ท. สยาม เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาชาวเวียดนามรายนี้ ไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม เมื่อวันที่ 14 ก.ค.ที่ผ่านมา จากนั้นได้ขึ้นเครื่องบิน กลับเวียดนาม ในวันที่ 25 ก.ค. ก่อนจะเดินทางมาจากประเทศไทยอีกครั้งผ่าน สปป.ลาว เข้าทางจังหวัดนครพนม มายังกรุงเทพมหานคร

จากการตรวจค้นในห้องพัก พบโน๊ตบุ๊ก, โทรศัพท์, และหลักฐานอีกหลายรายการ ซึ่งตรงกับที่สันนิษฐานไว้ว่าผู้ต้องหารายนี้เป็นกลุ่มองค์กรอาชญากรรมที่ใช้ไทยเป็นฐานกระทำความผิดส่งยาเสพติดไปต่างประเทศ และยังเป็นแอดมินดูแลระบบเว็บพนันออนไลน์ของเวียดนาม 20 เว็บไซต์ โดยมีบอสใหญ่เป็นคนเวียดนามอยู่ในเมืองโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม และนครดูไบประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งหลังจากจับกุมผู้ต้องหารายนี้ได้มีการสั่งปิดระบบในโทรศัพท์ของผู้ต้องหา

โดยผู้ต้องหาให้การภาคเสธว่า เป็นคนไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็มจริง แต่เป็นเงินค่าจ้างในการดูแลเว็บพนัน ไม่ได้เกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติดแต่อย่างใด แต่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อ คาดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติและอาจเกี่ยวข้องกับแก๊งสแกมเมอร์ด้วย ซึ่งอยู่ระหว่างขยายผลถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง เพราะเชื่อว่ามีการหลอกให้คนรับหิ้วขนยาเสพติดไปในหลายประเทศ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง