ตร.อุดรฯ ช่วย นศ.สาว โดนสแกมเมอร์ตุ๋นพัวพันบัญชีม้า สั่งลักทองแม่ไปจำนำ ให้โอน มา 1.4 แสนบาท ซ้ำสั่งให้เปิดโรงแรมอยู่ลำพัง หวังเรียกค่าไถ่อีก 1 แสนจากแม่
วันนี้ ( 3 ส.ค.69) ที่ชุดสืบสวน “พิรุณ” สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.ท.พิเชฐ ปักเคธาติ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองอุดรธานี ญาติผู้เสียหาย รวมกันตำรวจสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี รุดช่วย น.ส.ดาว (นามสมมติ) อายุ 18 ปี ชาวอุดรธานี นักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในภาคอีสาน หลังโดนแก๊งสแกมเมอร์หลอกว่าพัวพันบัญชีม้า จะตรวจสอบทรัพย์สิน อายัดทรัพย์ หลอกให้ขโมยทองแม่ไปขาย แล้วโอนเงิน 1.4 แสนบาท ให้แก๊งสแกมเมอร์เพื่อตรวจสอบ และยังหลอกให้ไปเช่าโรงแรมรอการตรวจสอบ จากนั้นโทรหาแม่เพื่อเรียกค่าไถ่อีก 1 แสนบาท แม่จึงปรึกษาญาติเข้าแจ้งความ ช่วยเหลือลูกสาวได้ทัน
ทั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 31 กรกฎาคม 2569 พ.ต.ท.จักรพงษ์ ต้องแต้ม สว.(สอบสวน) สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งจาก น.ส.เดือน (นามสมมติ) อายุ 35 ปี ชาวอุดรธานี แจ้งว่า น.ส.ดาว (นามสมมติ) อายุ 18 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในภาคอีสาน โดนคนร้ายจับตัวเรียกค่าไถ่ 1 แสนบาท และข่มขูว่า หากไม่โอนเงินให้ จะตัดแขนตัดขาส่งไปให้แม่ และขู่ฆ่า จึงประสาน พ.ต.ต.บรรเทิง ทัพโยธา สว.สส.สภ.เมืองอุดรธานี ทำการสอบสวน เรื่องราวดังกล่าวและตำรวจพยายามโทรหา น.ส.ดาว แต่ปิดมือถือ บล็อกเฟซบุ๊ก เหลือแต่ IG ตำรวจจึงเจาะเข้าไปใน IG น.ส.ดาว พบเพื่อน น.ส.ดาว ที่ตำรวจรู้จักจึงประสานให้เพื่อนให้ถามว่า น.ส.ดาว อยู่ที่ใด และทราบว่าพักอยู่ในโรงแรมแห่งหนึ่งใน จ.อุดรธานี
พ.ต.ต.บรรเทิง ทัพโยธา สว.สส.สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า เมื่อรู้ว่า น.ส.ดาว เปิดห้องพักอยู่ในโรงแรม จึงได้นำกำลังตำรวจและแม่ไปเคาะประตูห้องเรียกน้อง แต่น้องไม่ยอมเปิดประตูเพราะน้องถูกสแกมเมอร์ควบคุมทางวิดีโอคอลสั่งไม่ให้เปิด จึงต้องขอคีย์การ์ดจากโรงแรมมาเปิดประตูเข้าไป พบน้องอยู่ในห้องตามลำพัง แต่ไอแพดยังออนไลน์โดยสแกมเมอร์ควบคุม เมื่อตรวจสอบห้องพักจนมั่นใจว่าน้องอยู่คนเดียว จึงพาน้องกลับโรงพัก เพื่อสอบสวนปากคำ ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ น.ส.ดาว ได้ถูกแก๊งสแกมเมอร์โทรหา อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากเครือโทรศัพท์มือถือหนึ่ง เบอร์โทรศัพท์น้องดาว ถูกมิจฉาชีพนำไปใช้หลอกลวงคนอื่น และพัวพันกับแก๊งบัญชีม้า ด้วยความตกใจจึงสอบถามว่าจะให้ทำอย่างไร แก๊งดังกล่าวจึงให้น้องดาวโทรไปสอบถาม ผกก.สภ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ โดยส่งชื่อ นามสกุล และเบอร์โทรให้น้องดาว
พ.ต.ต.บรรเทิง เปิดเผยต่อว่า น.ส.ดาว ไม่ได้เชื่อทันที แต่ได้ค้นหาชื่อ นามสกุล ผกก.สภ.นางรอง ในกูเกิ้ล ซึ่งก็ตรงกับแก๊งสแกมเมอร์ให้มา จึงโทรศัพท์ไปหา ซึ่งปลายสายอ้างตัวเป็น ผกก.สภ.นางรอง เมื่อสอบถามเรื่องบัญชีม้า ปลายสายก็บอกว่า น้องพัวพันกับแก๊งบัญชีม้า พัวพันขบวนการการฟอกเงิน และยังได้มีการแสดงเอกสารเท็จ ทั้งหมายค้น หมายจับ หมายศาล หนังสือการยึดทรัพย์ จากนั้นผู้ที่อ้างเป็นตำรวจได้ขอแอดไลน์กับน้องดาว และวิดีโอคอล เห็นหน้ากัน ซึ่งในภาพก็เป็นตำรวจเดินไปมา และมีเสียงวิทยุสื่อสารดังเป็นระยะ จึงเชื่อว่าเป็นตำรวจจริง ตำรวจแจ้งว่า จะไปตรวจสอบทรัพย์สินน้อง ซึ่งน้องก็บอกว่าไม่มีทรัพย์สินอะไร
พ.ต.ต.บรรเทิง เปิดเผยต่อไปว่า คนร้ายจึงสอบถามว่าแม่น้องมีทรัพย์สินอะไร น้องบอกว่ามีบ้าน มีรถ และมีทองรูปพรรณ คนร้ายสั่งให้น้องดาวขโมยทองรูปพรรณของแม่ 2.50 บาท ไปจำนำได้เงิน 1.4 แสนบาท นำเงินสดไปโอนให้คนร้ายทั้งหมด ที่เคาน์เตอร์ธนาคารแห่งหนึ่ง ในเวลา 14.00 น. จากนั้นก็สั่งให้น้องไปเช่าโรงแรมอยู่เพื่อรอการตรวจสอบ เมื่อน้องดาวไปเปิดห้องพักที่โรงแรมแล้ว แก๊งสแกมเมอร์ก็ได้โทรหา น.ส.เดือน แม่ของน้องดาว เพื่อเรียกค่าไถ่ โดยบอกว่าจับน้องดาวมาเรียกค่าไถ่ 1 แสนบาท ถ้าไม่โอนเงินมาไถ่ลูกสาว ก็จะตัดแขนตัดขาส่งไปให้ แม่พยายามโทรติดต่อลูกสาว แต่ติดต่อไม่ได้เพราะปิดมือถือ จึงได้ปรึกษา ส.อ.จีระพงษ์ ศรีวงษ์ อายุ 35 ปี สังกัด มทบ. 24 จ.อุดรธานี น้องชาย หรือน้า น.ส.ดาว คิดว่ามีพิรุธ จึงแนะนำให้ไปแจ้งความและสืบสวนจนพบตัว ในเวลา 23.00 น. ในวันเดียวกัน
ส.อ.จีระพงษ์ ศรีวงษ์ อายุ 35 ปี สังกัด มทบ. 24 จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า มาแจ้งความเพราะหลานสาวหายตัวออกจากบ้านติดต่อไม่ได้ ต่อมามีสายลึกลับโทรเข้ามาว่าเป็นแก๊งลักพาตัว ขอค่าไถ่ 1 แสนบาท พอตั้งสติได้ ก็พาพี่สาวมาแจ้งตำรวจ โดยเราขอโทรคุยกับหลานสาวให้เห็นว่าปลอดภัย แต่ก็ไม่ให้โทรและทำเสียงเหมือนหลานสาว แต่ฟังแล้วไม่ใช่คล้ายกับเสียง AI ข่มขู่ว่าจะตัดแขนตัดขาไปให้ ถามเราว่าไม่รักลูกแล้วเหรอ ข่มขู่ฆ่า ถ้าจะคุยด้วยต้องจ่าย 2 หมื่น เพราะวางคนไว้หมดแล้ว มีลูกน้องติดตามในพื้นที่ ตำรวจจึงฟันธงว่าเป็นแก๊งสแกมเมอร์ เคยมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น จึงได้สืบสวนจนเข้าช่วยมาได้
“ตอนนี้สภาพจิตใจของหลานสาวดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ยังหวาดกลัว โดยกลัวว่าแก๊งดังกล่าวจะนำภาพไปแบล็กเมล และอยากฝากถึงเด็ก ถ้าเจอเหตุการณ์แบบนี้ ให้ตั้งสติสอบถาม พ่อแม่ ผู้ปกครอง เพื่อนสนิท เขาจะใช้ความกลัวมาข่มขู่ จะดำเนินคดีกับคนในครอบครัว ทำให้เป็นห่วง และยอมทำตามคนร้าย ขโมยทองแม่ไปขายให้โอนเงินให้คนร้าย ซึ่งแก๊งคนร้ายจะคอยควบคุมหลานสาวทางออนไลน์ ทำให้ไม่ได้นอนจนเบลอ โชคดีที่ช่วยมาได้”
พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี กล่าวว่า เคยมีญาติตำรวจชั้นผู้ใหญ่เคยเจอลักษณะเช่นนี้ ตำรวจสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ก็จะเจอเคสแบบนี้ 2 ครั้ง ผู้ที่โดนหลอกส่วนใหญ่จะเป็นผู้ที่ท่องอินเทอร์เน็ต เล่นโซเชียล เด็กรุ่นใหม่จะเชื่อโซเชียลมากกว่าผู้ปกครอง ครูอาจารย์ เขาเชื่อว่าข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตเป็นเครื่องจริง บางอย่างมันก็อาจจะเป็นเฟกนิวส์ แก๊งสแกมเมอร์ ลักษณะของกลุ่มแก๊งนี้ เขาจะมีความชำนาญเพราะเขาหลอกเป็นอาชีพ เขาจะดูว่าคนนี้จะหลอกเรื่องอะไร พอเชื่อปั๊บเขาทำงานเป็นทีม พอเชื่อก็จะหลอกแบบนี้ต่อไป
“จึงอยากฝากผู้ปกครอง ให้ดูบุตรหลานที่เล่นโซเชียลว่า เล่นกับใคร แช็ตกับใคร โทรหาใคร เด็กบางคนเล่นเกม อาจจะมีกลุ่มเกม ลูกชายของตนตอน 6 ขวบเล่นเกม เขาบอกว่าจะเติมเกมฟรีให้ ก็เชื่อ พอกดไปปุ๊ปก็โดนดูดเงินหมดบัญชีที่เติมไป ลูกตำรวจก็โดน เราจึงต้องเติมวัคซีนให้บุตรหลาน ซึ่งน้าของผู้เสียหายก็ยินดีมาให้ข้อมูลเพื่อเป็นอุทาหรณ์และเตือนภัยไม่ให้มิจฉาชีพหลอกได้อีก”