ที่ จ.บุรีรัมย์ ตำรวจนำหมายศาลบุกจับผู้ต้องหาคาที่นอน หลังขโมยไก่ชน และผลผลิตทางการเกษตรของชาวบ้าน แถมอุจจาระทิ้งไว้ในสวนให้ดูต่างหน้า
(17 ส.ค.69) เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เฉลิมพระเกียรติ นำหมายจับของศาลจังหวัดนางรอง ติดตามจับกุมตัว นายอนุชิตอายุ 29 ปี ชาวบ้านหว่าน ตำบลตาเป็ก อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ตามหมายจับศาล หลังมีชาวบ้านเกษตรกรเข้าแจ้งความร้องทุกข์หลายราย ว่ามีคนร้ายตระเวนก่อเหตุลักขโมยไก่ชน และผลผลิตทางการเกษตร เช่น กล้วยทั้งเครือ มะพร้าว แถมยังอุจจาระทิ้งไว้ในสวนให้เจ้าของดูต่างหน้าด้วย นอกจากนั้นยังขโมยถังแก๊ส และสายไฟ สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้าน เกษตรกรต่อเนื่อง
โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เฉลิมพระเกียรติ ก็ได้นำหมายศาลเข้าไปจับกุมตัวนายอนุชิต ขณะนอนหลับอยู่ในบ้าน จากนั้นได้อ่านหมายศาลให้ฟังก่อนจะควบคุมตัวมาที่ สภ.เฉลิมพระเกียรติ เพื่อสอบปากคำ
ซึ่งจากการสอบปากคำนายอนุชิต ก็รับสารภาพว่า ได้เข้าไปเอาไก่ชนในบ้านของนายสราวุฒิ ผู้เสียหาย จริง เพราะจำนนต่อหลักฐานที่กล้องวงจรปิดบันทึกภาพไว้ได้ แต่อ้างว่าไม่ได้เป็นการขโมย แค่ไปเอามาซ้อมทดสอบฝีแข้งพอซ้อมเสร็จก็เอากลับไปไว้คืน เพราะรู้จักกับเจ้าของและเคยเลี้ยงไก่ด้วยกัน แต่ผู้เสียหายยืนยันว่าโดนขโมยไก่มากกว่า 10 ครั้ง และเชื่อว่าน่าจะเป็นฝีมือของคนเดียวกัน นอกจากนี้นายอนุชิต ยังปฏิเสธว่า ไม่ได้ขโมยพืชผลการเกษตร ถังแก๊ส และสายไฟฟ้า อ้างว่าไม่มีหลักฐานจึงไม่ยอมรับ
ทางด้านนางกรแก้ว อายุ 48 ปี เจ้าของสวนหนึ่งในผู้เสียหาย ที่ถูกขโมยพืชผลการเกษตรและคนร้ายยังอุจจาระทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า ได้เดินทางไปดูหน้าผู้ต้องหาที่โรงพัก บอกว่า รู้สึกโล่งใจที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี เพราะเดือดร้อนมานาน ก่อนหน้านี้โดยขโมยตัดกล้วยเป็นเครือและมะพร้าวในสวนมาแล้ว 3 ครั้ง ซึ่งพอรู้ตัวว่าคนก่อเหตุเป็นใคร เพราะชาวบ้านในหมู่บ้านก็จะรู้กันว่าเป็นใคร แต่ที่สวนไม่ได้ติดกล้องวงจรปิด จึงไม่มีภาพหลักฐานมามอบให้ตำรวจ แต่เชื่อว่าเป็นฝีมือคนๆ เดียวกัน หลังจากนี้ก็คงต้องลงทุนซื้อกล้องไปติดไว้ แม้จะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มอีก แต่ก็ขอบคุณตำรวจที่สามารถจับกุมตัวคนร้ายได้ ไม่งั้นชาวบ้านเกษตรกร คงต้องอยู่กันแบบหวาดระแวงไม่รู้วันไหนจะโดนขโมยอีก ก็เจ็บใจเพราะทั้งลงทุนและลงแรงปลูกแล้วแต่พอออกผลผลิตกลับโดนขโมย
เบื้องต้นพนักงานสอบสวน ได้แจ้งข้อหา “ลักทรัพย์ในเคหะสถาน” หากผู้เสียหายรายได้มั่นใจว่าเป็นคนร้ายคนเดียวกัน ก็สามารถมาชี้ตัวและให้ข้อมูลเพิ่มเติมได้