ห้องข่าวภาคเที่ยง - จ่าสิบเอก ชาญณรงค์ ทหารที่เหยียบทุ่นระเบิด ขณะเก็บกู้ทุ่นระเบิด จนขาขวาท่อนล่างขาด เป็นนายที่ 15 อาการเช้านี้ รู้สึกตัวดี สัญญานชีพดี ไม่มีไข้ โดยเช้านี้ ได้ผ่าตัดทำศัลยกรรมตกแต่งแผลที่ขาเพิ่มเติม
หลังจาก จ่าสิบเอก ชาญณรงค์ วงศ์ชนะ หรือ จ่าโจ้ เหยียบทุ่นระเบิด ขณะเก็บกู้ทุ่นระเบิด บริเวณใกล้ช่องอานม้า อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวานนี้ หลังเกิดเหตุนำตัวส่งโรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ เพื่อทำการผ่าตัด
เนื่องจากบาดเจ็บหลายส่วน ทั้งบริเวณขา 2 ข้าง และมือ 2 ข้าง หลังแพทย์ทำการผ่าตัด ปรากฎว่า การผ่าตัดเรียบร้อยผ่านไปด้วยดี ก่อนจะส่งต่อหอผู้ป่วย ICU ดูแลต่อไป
ขณะนี้ จ่าสิบเอก ชาญณรงค์ ยังอยู่ในห้อง ICU อยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด อาการเช้านี้มีรู้สึกตัวดี สัญญานชีพดี ไม่มีไข้ ซึ่งแพทย์ได้งดน้ำ งดอาหาร โดยเช้านี้ แพทย์ได้นำตัวเข้าผ่าตัดศัลยกรรมตกแต่งแผลที่ขาซ้ายเพิ่มเติม
ขณะที่กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งเป็นหน่วยต้นสังกัด ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ถึงประโยคแรกของจ่าสิบเอก ชาญณรงค์ ภายหลังสิ้นเสียงระเบิดว่า "ผมไม่เป็นไร ฝากบอกทุกคนให้ระวังด้วย" แม้จะบาดเจ็บ แต่สิ่งแรกที่ จ่าสิบเอกชาญณรงค์ นึกถึง คือ ความปลอดภัยของเพื่อนทหารที่ยังปฏิบัติหน้าที่ พร้อมฝากเตือนทุกคนให้ระมัดระวัง
ด้านเพจ Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ ตั้งข้อสังเกตว่า เหตุทหารเหยียบระเบิดใกล้ช่องอานม้า เชื่อว่า ไม่ใช่ระเบิดใหม่ แต่น่าจะเป็นระเบิดที่ฝังตอนสู้รบรอบที่ 1 และ 2 เพราะช่วงการรบรอบที่ 1 ทหารไทย ยังไม่สามารถยึดภูมิประเทศสำคัญ ในช่องอานม้าได้ ทำให้บนเนิน 500 ยังคงมีฐานทหารกัมพูชาอยู่ถึง 3 ฐาน โดยจะมีฐานหนึ่งอยู่ใกล้กับจุดที่เกิดเหตุ
หลังการสู้รบ ชุดเก็บกู้ทุ่นระเบิด ได้เข้าทำพื้นที่ให้ปลอดภัย จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเจอทุ่นระเบิดจำนวนมาก และมีโอกาสพลาดได้ เพราะบางทีกัมพูชาฝังระเบิดลึกกว่าปกติ ทำให้เครื่องตรวจจับ ตรวจไม่เจอ ในพื้นที่ช่องอานม้า อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นพื้นที่เกิดเหตุ ปัจจุบันหน่วยได้กวาดล้างทุ่นระเบิดตกค้างอย่างต่อเนื่อง ดำเนินการให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยแล้ว 38,760 ตารางเมตร คิดเป็นร้อยละ 25.51
พันตรีหญิง กัญญ์ณณัฐ พรนิพัทธ์กุล ผู้ช่วยโฆษกกองทัพบก บอกว่าขณะนี้กองทัพบกเร่งเก็บกู้วัตถุระเบิดตกค้างอยู่จากการสู้รบในอดีต ยอมรับว่า พื้นที่ชายแดนยังมีความเสี่ยงจากทุ่นระเบิด จึงขอความร่วมมือประชาชน ระมัดระวัง หากพบเห็นสิ่งผิดปกติ หรือ วัตถุต้องสงสัย ขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ทันที
ขณะที่ พลเรือตรี สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม ยืนยันว่า กองทัพมีมาตรการต่าง ๆ เพื่อติดตามสถานการณ์ และวางแนวทางป้องกันภัยคุกคามอย่างต่อเนื่อง
โดยประเมินผ่านความเคลื่อนไหวต่าง ๆ เช่น การเคลื่อนย้ายกำลังที่ผิดปกติ การเพิ่มกำลังและอาวุธยุทโธปกรณ์ ขณะนี้ประเมินว่าสถานการณ์ภัยคุกคามยังอยู่ในระดับที่ 1-2 เท่านั้น หรือระดับที่ต้องติดตาม และเฝ้าระวัง
สำหรับระดับการเตือนภัยของสถานการณ์ มี 5 ระดับ คือ ระดับ 1 เฝ้าระวัง ยังไม่มีผลกระทบ, ระดับ 2 น่ากังวล เริ่มพบสัญญาณผิดปกติ, ระดับ 3 เสี่ยงสูง สัญญาณหลายด้านสอดคล้องกัน ก็จะเตรียมกำลังรบตามแผน, ระดับ 4 วิกฤต คือมีการจัดวางกำลังพร้อมรบ กองทัพก็จะเตรียมปฏิบัติการตอบโต้ แจ้งเตือนประชาชน และระดับ 5 ปะทะ คือมีการใช้อาวุธ เริ่มโจมตี กองทัพก็จะดำเนินการตอบโต้เต็มรูปแบบ
หลังจากมีทหารเหยียบทุ่นระเบิดได้รับบาดเจ็บ รายล่าสุดเมื่อวานนี้ ก็ทำให้ชาวบ้านตามแนวชายแดน มั่นใจว่าทหารไทย และทหารกัมพูชา จะเปิดฉากปะทะกันเป็นรอบที่ 3 แน่นอน แต่อาจจะยังไม่ใช่เวลานี้ ตอนนี้เหตุการณ์ยังสงบเรียบร้อย ขอเร่งทำมาหากินกันก่อน
ผู้สื่อข่าว 7HD ลงพื้นที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา ที่หมู่บ้านภูมิซรอล อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ โดยจุดนี้ อยู่ห่างจากฐานซำแต ซึ่งเป็นพื้นที่สู้รบประมาณ 3 กิโลเมตร เพื่อสอบถามความเห็นชาวบ้าน หลังจากเมื่อวานนี้ มีเหตุทหารชุดเก็บกู้ทุ่นระเบิด เคราะห์ร้ายไปเหยียบทุ่นระเบิดจนสูญเสียขา เป็นรายที่ 15
โดยนายนิธิศ แพงมา พ่อค้าที่ไปเปิดจุดรับซื้อยางพารา ที่บ้านโศกขามป้อม ริมถนนกันทรลักษ์-น้ำยืน บอกว่าเมื่อคราวเกิดเหตุปะทะรอบ 2 ตนเองได้ปิดร้านอพยพเพื่อความปลอดภัย เพราะว่าถ้าเปิดรับซื้อ ก็จะมีคนไปลักขโมยยางของชาวบ้านที่อพยพออกจากพื้นที่ไป นำเอามาขายให้
หลังเหตุการณ์สงบ ก็กลับมาเปิดร้านใหม่ เชื่อว่าตอนนี้น่าจะยังไม่มีการปะทะกัน เพราะว่าทหารยังลาพักกันได้อยู่ แต่ก็เชื่อว่าน่าจะมีการปะทะรอบ 3 แน่นอน แต่น่าจะไม่ใช่ช่วงนี้ ซึ่งถ้าจะเกิดปะทะกันขึ้นมา ตนก็พร้อมจะอพยพไปทันที
นอกจากหมู่บ้านภูมิซรอลแล้ว นายนิธิศ บอกว่าใกล้ ๆ กัน ก็มีหมู่บ้านเสาธงชัย ซึ่งเป็นจุดที่มีจรวด BM 21 ตกใส่บ้านเรือน ปั้มน้ำมัน มีชาวบ้านผู้บริสุทธิ์เสียชีวิต และยังมีหมู่บ้านโศกขามป้อม ที่อยู่ใกล้ซำแต ใกล้พลาญหินแปดก้อน ใกล้ช่องอานม้า ทุกจุดเป็นพื้นที่สู้รบหนักทั้งสิ้น เมื่อตอนจะเกิดปะทะหนักรอบ 2 จะมีสัญญาณเตือนมาในโทรศัพท์ ครั้งนี้ หากได้ยินเสียงปืนใหญ่ดัง ก็ปิดร้านไปทันที เพราะร้านไม่มีทรัพย์สินอะไรเหลือแล้ว ส่วนใหญ่ขนหนีไปไว้บ้านในเมืองหมดแล้ว