ขันนอต "เล่าต๋า" สู่โมเดลพิจารณาผู้พ้นโทษ

View icon 6
วันที่ 18 ส.ค. 2569 | 11.27 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - สังคมให้โอกาสกับผู้หลงผิด ได้กลับตัวเป็นคนดีคืนสู่สังคม แต่กับผู้ที่มีคดีอุกฉกรรจ์ ถูกตั้งคำถามว่า คนเหล่านี้พร้อมจริง ๆ ที่จะกลับคืนสู่งสังคมแล้ว หรือไม่

นี่เป็นความเห็นของครอบครัวที่ต้องสูญเสียจากพิษภัยยาเสพติด ที่สะท้อนความเห็นเมื่อได้ยินข่าวว่า "เล่าต๋า" ที่เคยมีชื่อว่าเป็น "ราชายาเสพติด" รับโทษไม่ถึง 10 ปี จากโทษจำคุกตลอดชีวิต แล้วพ้นโทษออกมาจากเรือนจำ คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้

แน่นอนว่าไม่ใช่แค่ครอบครัวผู้สูญเสียที่มองแบบนี้ ทั้งคนที่เคยร่วมงานกับกระทรวงยุติธรรม ทนายความ หรือแม้แต่นักวิชาการ ก็ต่างเห็นตรงกัน ว่าการที่นักโทษคดีอุกฉกรรจ์ออกมาได้เร็ว คนเหล่านี้พร้อมจริง ๆ ที่จะกลับคืนสู่งสังคมแล้ว หรือไม่

และเมื่อมองย้อนไปในอดีตที่ผ่านมา ไทยมีนักโทษคดีอุกฉกรรจ์มากมาย ที่เคยถูกศาลฯ พิพากษาประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต แต่เมื่อเวลาผ่านไปหลายคนได้ออกจากเรือนจำ กลับมาใช้ชีวิตร่วมกับคนในสังคม คำถามที่ตามมา ไม่ใช่สังคมไม่ให้โอกาส แต่คนเหล่านี้ พร้อมจะกลับไปอยู่ในสังคมแล้วจริง ๆ หรือไม่ และจริง ๆ แล้ว ควรมีเกณฑ์อะไรเพิ่มเติม เพื่อใช้ในการบริหารโทษ เพื่อให้นักโทษเหล่านี้ได้รับโทษอย่างเหมาะสม ให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้สูญเสีย

เรานำความเห็นเหล่านี้สอบถามกับ โฆษกศาลยุติธรรม ให้ความเห็นว่า ศาลยุติธรรมไม่ปฏิเสธแนวความคิดเหล่านี้ เพราะที่ผ่านมาก็มีการวิจัยความเป็นไปได้ ในการเข้าไปมีส่วนร่วมในการหาทางป้องกัน หรือให้ความเป็นธรรมกับผู้สูญเสีย เพียงแต่เรื่องนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการศึกษา

ขณะที่การชี้แจงของ กรมราชทัณฑ์ วานนี้ออกเอกสารข่าวฉบับหนึ่งออกมา เพื่ออธิบายกระบวนการบังคับโทษ และบริหารโทษของ "เล่าต๋า" ว่าที่ผ่านมาได้ทำอะไรไปบ้าง แต่ต่อมาก็แจ้งขอยกเลิกข้อมูลในข่าว เพราะมีบางเนื้อหายังไม่ถูกต้องครบถ้วน ซึ่งจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีการชี้แจงใหม่ มีเพียงคำยืนยันว่ากำลังพิจารณาเนื้อหารายละเอียดให้ถี่ถ้วนรอบด้าน

แต่สำหรับผู้ที่ได้อ่านรายละเอียดการชี้แจงเอกสารฉบับนี้แล้ว อย่าง นายกฤช กระแสร์ทิพย์ อดีตรองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ก็ได้โพสต์แสดงความเห็นค่อนข้างยาว ว่า การที่กรมราชทัณฑ์ ออกบอกว่า จะรีบพิจารณาปรับปรุงแก้ไขหลักเกณฑ์การบริหารการบังคับโทษ เท่ากับยอมรับว่า หลักเกณฑ์เดิมที่ใช้มีปัญหา ส่วนตัวเห็นว่า ราชทัณฑ์ไม่ได้ผิดในการบริหารโทษ แต่ "ระบบการเลื่อนชั้นนักโทษเด็ดขาด" ยังมีปัญหา เพราะมีเรื่องผลประโยชน์ของผู้ต้องขังเข้ามาเกี่ยวข้อง

พร้อมเล่าให้ฟังว่า สมัยที่เคยเป็น "กรรมการเลื่อนชั้นผู้ต้องขัง" มีการเรียกผู้ต้องขังมาสอบรายบุคคลต่อหน้ากรรมการ ข้อสอบ มีแค่ให้ท่องศีล 5 ธรรม 5 ให้ท่องคำปฏิญาณก่อนกินข้าว เลื่อนชั้นง่าย ๆ ด้วยวิธีนี้ แต่ปัญหาที่แทรกซ้อนเข้าไปอีก คือ นักโทษล้นคุก ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องบริหารเวลาในการพิจารณา ที่สำคัญการที่ "ผู้ต้องขัง" ไม่ได้รับการเลื่อนชั้นโดยไม่มีเหตุสมควร เสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้อง ซึ่งส่วนตัวก็เห็นด้วย กับการแยกผู้ต้องขังรายที่มีอัตราโทษสูง ออกมาพิจารณาเป็นการเฉพาะ

สำหรับความเคลื่อนไหวล่าสุดของ "เล่าต๋า" วันนี้มีการประกอบพิธีบายศรีสู่ขวัญตามประเพณีของชนเผ่าลีซูให้กับ "เล่าต๋า" อีกครั้ง โดยที่ครอบครัวไม่อนุญาตให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปร่วมสังเกตการณ์ในพิธี แต่เปรย ๆ ว่า "เล่าต๋า" อาจจะออกมาพูดกับสื่อเองในอีก 2-3 วันข้างหน้า ขอให้รอการปรึกษาหารือกันในครอบครัวก่อน ซึ่งไม่ว่า "เล่าต๋า" จะออกมาพูดกับสื่อ หรือไม่ ที่สำคัญคือมีหลายหน่วยงานทราบเรื่อง คอยติดตามความเคลื่อนไหวอยู่อย่างใกล้ชิด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง