รถกู้ภัยเอกชน ขวางรถฉุกเฉินศูนย์เอราวัณ เรียกรถออกมารับแล้วยกเลิกไม่ทัน อยากให้ถอยรถต้องจ่ายเงิน 1,000 บาท เอกสายไหม มองใช้คนป่วยอาการวิกฤตเป็นตัวประกัน วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเอาผิด
วันนี้ (18 ส.ค.69) นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เปิดเผยถึงกรณีรถกู้ภัยฉุกเฉินของบริษัทเอกชน จอดรถขวางรถกู้ภัยฉุกเฉินศูนย์เอราวัณ เพื่อเรียกเงินจากผู้เสียหาย ว่า เมื่อคืนนี้ มีชาวบ้านส่งข้อความมาร้องเรียน ว่าแม่อายุ 83 ปี มีอาการกำเริบจากโรคมะเร็งและรู้สึกแน่นหน้าอก จึงโทรศัพท์ไปยังศูนย์เอราวัณเพื่อขอให้รถพยาบาลฉุกเฉินมารับส่ง โรงพยาบาลตากสิน แต่ทางศูนย์เอราวัณตอบกลับมาว่าขณะนี้ไม่มีรถว่าง จะรีบหารถแล้วจะติดต่อกลับมาทันที ผู้เสียหายรู้สึกร้อนใจจึงได้ติดต่อหารถพยาบาลฉุกเฉินของบริษัทเอกชนให้นำรถมารับ หลังจากนั้นศูนย์เอราวัณได้โทร.กลับมา แจ้งว่ากำลังให้รถเข้าไปรับ ตนจึงโทรกลับไปหาบริษัทเอกชน เพื่อขอยกเลิกการว่าจ้างรถ
ผ่านไป 10 นาที รถจากศูนย์เอราวัณก็เข้ามารับ และเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่รถบริษัทเอกชนเข้ามาจอดขวางทางออกจากซอยบ้านย่านภาษีเจริญ ซึ่งซอยบ้านของตน เป็นซอยแคบรถไม่สามารถขับสวนเลนออกได้ พนักงานของบริษัทเอกชนอ้างว่ารถออกมาครึ่งทางแล้ว ไม่สามารถยกเลิกได้ ต้องเสียค่าจ้าง 1,000 บาท ผู้เสียหายจึงโทรศัพท์ไปสอบถามกับบริษัทเอกชนก็ได้รับคำยืนยันเช่นเดียวกัน แต่ให้โอนจ่ายผ่านทางบริษัท หลังจากวางสายพนักงานขับรถบอกว่าต้องจ่ายเงินสด 1,000 บาทกับตนเท่านั้น ถึงจะยอมถอยรถออกให้ ผู้เสียหายจึงยอมจ่ายเงินสดไป เพื่อที่จะรีบพาแม่ส่งโรงพยาบาล ซึ่งต้องเสียเวลาอยู่ตรงจุดนั้นนานกว่าครึ่งชั่วโมง
สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต้นอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาตรวจสอบเพราะเป็นการเก็บผู้ป่วยไว้เป็นตัวประกันเรียกค่าไถ่ แล้วพนักงานบริษัทยังมีการข่มขู่ด้วยว่าถ้าคลิปหลุดออกไปจะมีการฟ้องร้องผู้เกี่ยวข้องทุกคน ซึ่งตนเองมองว่าเป็นการกระทำที่ทุเรศ ส่วนทางบริษัทต้นสังกัด ก็ควรมีการแจ้งกับพนักงานว่าให้ถอยรถออกมา เพราะเวลานั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการพาผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด