เหตุมวลน้ำจำนวนมหาศาลและดินโคลนถล่มกวาดอาคารบ้านเรือนในพื้นที่หุบเขาชายแดนเนปาลและทิเบตของจีน ยอดผู้เสียชีวิตและสูญหายพุ่งต่อเนื่อง หวั่นเกิดเหตุน้ำท่วมใหญ่ซ้ำอีกครั้ง
ก่อนอื่นไปดูว่าเหตุน้ำท่วมฉับพลันครั้งนี้เกิดจากอะไร ตอนแรกเชื่อกันว่าเป็นเหตุแผ่นดินไหว แต่ความจริงเกิดจากส่วนปลายของธารน้ำแข็งบนเทือกเขาหิมาลัยยุบตัวลง กวาดหิมะ, ดินและหินลงมาจากระดับความสูงประมาณ 1,200 เมตร แรงสั่นสะเทือนจึงสูงราวกับแผ่นดินไหว
น้ำแข็ง, หิมะและดินหิน ที่ถล่มลงมาเคลื่อนตัวขวางแม่น้ำเลนเตโกลา จนกลายเป็นเขื่อนธรรมชาติเก็บกักน้ำชั่วคราว เมื่อมวลน้ำสะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ จนแรงดันเกินขีดจำกัดจะทานไหว แนวกั้นเขื่อนธรรมชาติจึงได้พังทลายลงกะทันหัน
ส่งผลให้เกิดมวลน้ำปะปนโคลนและหินขนาดใหญ่ เปรียบเสมือนสึนามิบนบก ทะลักลงสู่พื้นที่ท้ายน้ำอย่างรุนแรง ดังภาพกล้องวงจรปิด ที่เห็นบริเวณด่านจีหรงในเขตปกครองพิเศษธิเบตของจีน ซึ่งพากันผู้คนแตกตื่นวิ่งหนีตาย แม้แต่ฝูงตกยังพากันบินหนี ด้วยความหวั่นเกรงในปริมาณของมวลน้ำและดินโคลนจำนวนมหาศาล ด้วยความที่คลื่นน้ำและดินโคลนซัดเข้ามาอย่างรวดเร็ว มันจึงกวาดเอาทุกอย่างหายไปกับตา
มวลน้ำจากแม่น้ำเลนเดโกลา ฝั่งเนปาล ไหลทะลักเข้าสู่แม่น้ำตรีศุลี ส่งผลให้ระดับน้ำปลายน้ำเพิ่มสูงขึ้นถึง 9 เมตร ภายในเวลาเพียง 30 นาที กระแสน้ำอันเชี่ยวกรากซัดกวาดล้างทุกอย่างที่ขวางหน้า ไม่ว่าจะเป็นอาคารบ้านเรือน โรงงานไฟฟ้า, และโครงสร้างพื้นฐานตลอดแนวลำน้ำ รวมถึงชีวิตของประชาชน นักท่องเที่ยวและผู้แสวงบุญจำนวนมาก
ทั้งนี้ยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดฝั่งเนปาล เพิ่มเป็นอย่างน้อย 389 คนและสูญหายกว่า 900 คน ขณะที่ทางฝั่งทิเบต ตัวเลขผู้เสียชีวิตล่าสุดยังอยู่ที่ 3 คน ซึ่งเป็นเพราะต้องรอข้อมูลจากสื่อมวลชนของทางการจีนอย่างเดียว และมีสูญหายอีก 558 คน แต่ตัวเลขผู้สูญหายอาจซ้ำหันเป็นบางส่วน เพราะอาจมีนักท่องเที่ยวและประชาชนข้ามแดนจากเนปาลไปแสวงบุญและท่องเที่ยวในทิเบต ซึ่งทั้งการทาเนปาลและทิเบตเร่งระดมทรัพยากรในการช่วยเหลือประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ติดค้างอยู่ในพื้นที่ประสบภัย
ด้านทางการจีนเผยว่า ยังมีความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมครั้งใหม่ยังคงมีอยู่ตามแนวชายแดนเนปาล-ทิเบต ซึ่งยิ่งทำให้การปฏิบัติการช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบากยิ่งขึ้น เนื่องจากมวลน้ำมหาศาลได้ทำให้ปริมาณน้ำในทะเลสาบบริเวณชายแดนเพิ่มสูงขึ้นจนใกล้ล้นตลิ่ง ประกอบกับมีฝนตกหนักต่อเนื่อง ทำให้มีความเป็นไปได้ที่ตลิ่งอาจพัง ปลดปล่อยมวลน้ำประมาณ 3 พันล้านลิตร เทียบเท่ากับสระว่ายน้ำขนาดโอลิมปิก 1,200 สระ ทะลักลงสู่พื้นที่ด้านล่าง ในอีกสามวันข้างหน้า สร้างความเสียหายเพิ่มเติม