เหตุน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่ร่องหุบเขาชายแดนเนปาลกับเขตปกครองตนเองทิเบตของจีน ซึ่งเกิดจากธารน้ำแข็งถล่มลงมา กวาดหิมะและดินหินพังลงมากีดขวางทางแม่น้ำด้านล่าง ก่อนเขื่อนธรรมชาติจะต้านมวลน้ำจากที่สูงที่เติมเข้ามาไม่ไหว ปลดปล่อยมวลน้ำและดินโคลนขนาดมหาศาล ซัดกวาดทุกอย่างที่ขวางหน้าเป็นระยะทางกว่า10 กิโลเมตรนั้น
ล่าสุดทีมกู้ภัยเนปาลและจีน ยังคงเร่งปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน และต้องทำงานแข่งกับเวลาท่ามกลางอุปสรรคทั้งเรื่องโคลนและฝน และความกังวลว่าจะเกิดเหตุตลิ่งทะเลสาบเกิดใหม่พังทลายลงมาอีกครั้ง ล่าสุดยอดผู้เสียชีวิตในเนปาล อยู่ที่ 734 คน สูญหายอีก 2,498 คน สามารถช่วยผู้ประสบเหตุได้แล้วกว่า 7,500 คน
ส่วนยอดผู้เสียชีวิตฝั่งทิเบต โดยเฉพาะบริเวณท่าเรือหรือด่านจีหรง ล่าสุดยืนยันผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 16 คน สูญหายอีก 546 คน ยังไม่พบศพใด ๆ เพิ่มเติม ซึ่งจากคลิปที่ถ่ายไว้ได้ จะเห็นว่ากระแสน้ำและดินโคลนที่ถล่มเข้าใส่ด่านจีหรงรุนแรงและรวดเร็วมาก ใช้เวลาเคลื่อนตัวระยะ 20 กิโลเมตรในเวลาเพียง 7 นาที ด้วยความเร็วระดับนี้ โอกาสที่ผู้คนในบริเวณด่านจีหรงจะหนีทัน จึงแทบเป็นไปไม่ได้เลย จนถึงขณะนี้จึงยังไม่พบผู้รอดชีวิตฝั่งทิเบตเลย
ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของเนปาลเรียกร้องให้นานาชาติช่วยเหลือเนปาลรับมือกับภาวะโลกร้อนซึ่งเป็นสาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้ธารน้ำแข็งละลาย และขอความช่วยเหลือในการส่งทีมกู้ภัยผู้เชี่ยวชาญมาช่วยเหลือคนงานโรงไฟฟ้านับร้อยคน ที่ยังคงติดอยู่ภายในอุโมงค์ของโรงงานไฟฟ้าในพื้นที่เกิดเหตุ