โควิด-19 ในไทยยังพบผู้ป่วยต่อเนื่อง สายพันธุ์หลักยังเป็นโอมิครอน อาการคล้ายไข้หวัดทั่วไป ป่วยให้พัก ลดการสัมผัสใกล้ชิดผู้สูงอายุ-เด็กเล็ก ขอให้ ปชช. ใช้ชีวิตตามปกติ ไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนก
วันนี้ (1 ก.ย. 69) แพทย์หญิงจุไร วงศ์สวัสดิ์ และนายแพทย์วีรวัฒน์ มโนสุทธิ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ โฆษกกรมควบคุมโรค เปิดเผยถึงสถานการณ์โรคโควิด-19 ในประเทศไทยยังคงพบผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นไปตามแนวโน้มของโรคติดเชื้อทางเดินหายใจตามฤดูกาล โดยข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังโรคดิจิทัล (DDS) ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 31 ส.ค.69 พบผู้ป่วยสะสม 99,691 คน เสียชีวิต 15 คน โดยพบผู้ป่วยในทุกช่วงอายุ แต่อัตราป่วยสูงสุดเป็นกลุ่มเด็กอายุ 0 – 4 ขวบ รองลงมาเป็นกลุ่มอายุ 30 – 39 ปี และอายุ 20 – 29 ปี ตามลำดับ ขณะเดียวกันโรคทางเดินหายใจอื่น เช่น ไข้หวัดใหญ่ และ RSV ก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเช่นกัน
สำหรับสายพันธุ์โควิด-19 พบว่า สายพันธุ์หลักที่เฝ้าระวังในประเทศไทยขณะนี้คือ โอมิครอนสายพันธุ์ NB.1.8.1 จำนวน 524 ราย ซึ่งพบต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงกลางปี 2568 และยังไม่พบหลักฐานว่าทำให้เกิดโรครุนแรงเพิ่มขึ้น ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการคล้ายไข้หวัดทั่วไป ดังนั้น การพบสายพันธุ์ย่อยหรือการเปลี่ยนแปลงของเชื้อไม่ได้หมายความว่าโรคจะรุนแรงขึ้นเสมอไป ประชาชนจึงไม่จำเป็นต้องกังวลกับชื่อสายพันธุ์ แต่ควรติดตามข้อมูลจากหน่วยงานสาธารณสุขที่เชื่อถือได้
หากมีอาการป่วยควรพักผ่อนให้เพียงพอ สังเกตอาการของตนเอง และหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้อื่น โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็กเล็ก โดยเฉพาะเด็กเล็กอายุน้อยกว่า 1 ขวบ ที่พบว่ามีอัตราการป่วยสูงสุด ผู้มีโรคประจำตัว หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ หลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีคนจำนวนมาก หากจำเป็นต้องออกจากบ้านหรืออยู่ร่วมกับผู้อื่น ควรสวมหน้ากาก ล้างมือบ่อย ๆ หากอาการป่วยไม่ดีขึ้นภายใน 1 – 2 วัน ผู้ป่วยควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อเข้ารับการวินิจฉัยและการรักษาอย่างเหมาะสม
กรมควบคุมโรคขอให้ประชาชนใช้ชีวิตตามปกติ โดยไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนกกับการเปลี่ยนแปลงของสายพันธุ์ แต่ให้เน้นการป้องกันตนเองอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะในช่วงที่สภาพอากาศมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นช่วงที่โรคระบบทางเดินหายใจสามารถแพร่กระจายได้ง่ายขึ้น