สหรัฐฯ กับอิหร่าน โจมตีตอบโต้กันชนิดตาต่อตาฟันต่อฟัน เป็นวันที่ 2 ในช่วงระยะ 3 วันที่ผ่านมา ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งสูงสุดในรอบ 5 สัปดาห์
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ระบุว่า เสร็จสิ้นปฏิบัติการโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา (1 ก.ย.) โดยเป้าหมายในการโจมตี คือ ระบบป้องกันภัยทางอากาศ, เรดาร์, ระบบสื่อสาร และการกำจัดขีดความสามารถในการวางทุ่นระเบิดของอิหร่าน นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าสหรัฐฯ ได้โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่าน 2 ลำด้วย
กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่านระบุว่า สหรัฐฯ จะต้องเสียใจต่อการโจมตีรอบใหม่ ขณะที่ หน่วยงานกาชาดอิหร่านเปิดเผยว่าการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ ทำให้มีพลเรือนเสียชีวิต 5 คน หนึ่งในนั้นเป็นอายุ 4 ขวบ และบาดเจ็บกว่า 50 คน รวมทั้งพื้นที่จัดงานแต่งงานในพื้นที่เมืองซีริก ซึ่งเป็นเมืองชายฝั่งทะเลติดช่องแคบฮอร์มุซ ทางตอนใต้ของอิหร่าน
ด้าน ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ โพสต์ Truth Social เตือนอิหร่านไม่ให้ตอบโต้ อ้างว่าการโจมตีฐานยิงจรวดติดทุ่นระเบิดเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมานั้นชอบธรรมแล้ว หากอิหร่านยังตอบโต้ก็จะถูกโจมตีหนักกว่าเดิม ชนิดไม่หลงเหลืออะไรอีกเลย
กองทัพอิหร่าน คงชินกับคำขู่ดังกล่าวของทรัมป์แล้ว จึงได้ตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในประเทศจอร์แดน ซึ่งทางการจอร์แดนยอมรับว่ามีสัญญาณเตือนภัยดังขึ้นในจังหวัดมาฟรัก และอักบา แต่ยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ขณะที่ โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาและหัวหน้าคณะเจรจาหยุดยิงของอิหร่าน เตือนว่าอิหร่านจะปิดกั้นการส่งออกน้ำมันที่จะผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หากสหรัฐฯ ขัดขวางการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน
การปะทะกันรอบใหม่ หลังจากพักรบมานานหนึ่งเดือน ทำให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งต่อเนื่อง ล่าสุด ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ หรือราคาตลาดโลกเปิดตลาดวันนี้ (2 ก.ย.) ปรับตัวสูงขึ้นอีก 1.3 % อยู่ที่เกือบ 96 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล สูงที่สุดในช่วง 5 สัปดาห์