นักเรียนล้มป่วยกว่า 500 คน หลังมีอาการ “อาหารเป็นพิษ” ต้องพาส่งโรงพยาบาลในอินโดนีเซีย คาดเกิดจากการรับประทานอาหารในโครงการอาหารโรงเรียนฟรีของรัฐบาลอินโดนีเซีย
วันนี้ (2 ก.ย. 69) เกิดเหตุนักเรียนกว่า 500 คน ในเขตซีโดอาร์โจ จังหวัดชวาตะวันออก ประเทศอินโดนีเซีย ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเนื่องจาก “อาหารเป็นพิษ” หลังจากรับประทานอาหารที่รัฐบาลอินโดนีเซียจัดหามาให้
ทางรองผู้ว่าราชการจังหวัดชวาตะวันออก เผยกับสถานีโทรทัศน์ Kompas TV ว่า มีนักเรียนล้มป่วยกว่า 500 คน ในจังหวัดชวาตะวันออก และขณะนี้สำนักงานโภชนาการอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลโครงการอาหารกลางวันฟรี กำลังตรวจสอบว่าสาเหตุเกิดจากอาหารกลางวันที่นักเรียนรับประทานหรือไม่
ขณะที่ผู้นำท้องถิ่นของเขตซีโดอาร์โจ กล่าวว่า มีนักเรียน 516 คน เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ซึ่งส่วนใหญ่แพทย์ได้อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างอาหารไปตรวจสอบเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนแล้ว
โดยโครงการอาหารกลางวันของรัฐบาลอินโดนีเซีย ริเริ่มโดยประธานาธิบดี ปราโบโว ซูเบียนโต ของอินโดนีเซีย ที่เปิดตัวโครงการมูลค่าดังกล่าวหลายพันล้านดอลลาร์ เมื่อปีที่แล้วเพื่อขจัดภาวะขาดสารอาหาร โดยการให้เด็กหลาย 10 ล้านคนได้รับอาหารฟรี แต่โครงการนี้ประสบปัญหามากมาย เช่น อาหารเป็นพิษ ข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริต การเปลี่ยนแปลงผู้นำ และค่าใช้จ่ายที่สูงเกินไป
ก่อนหน้านี้ เคยเกิดเหตุอาหารเป็นพิษในกลุ่มนักเรียนที่เกี่ยวข้องกับโครงการอาหารของรัฐบาลอินโดนีเซียมาแล้ว โดยเมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา มีรายงานผู้ป่วยอาหารเป็นพิษที่เกี่ยวข้องกับโครงการดังกล่าวแล้วประมาณ 37,600 คน
ทั้งนี้ สาเหตุของอาการอาหารเป็นพิษมักเกิดจากการเก็บรักษาอาหารที่ไม่เหมาะสม และการจัดส่งอาหารที่ปรุงสุกแล้วล่าช้า