“มัลลิกา-โรม” ประกาศตัดพี่ตัดน้องกลางสภาฯ

“มัลลิกา-โรม” ประกาศตัดพี่ตัดน้องกลางสภาฯ

View icon 26
วันที่ 4 ก.ย. 2569 | 08.14 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
สภาฯ เดือด! วุ่นทั้งวัน ฝ่ายค้านสุดทน ชี้รัฐบาลยื้อเวลา กลัวถูกอภิปรายเกี่ยว กกต. ฮั้วสว. ถึงขั้นประกาศตัดพี่ตัดน้อง 

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันที่ 3 ก.ย. 69 ดุเดือดตั้งแต่  สส.ภูมิใจไทย ขอเสนอญัตติด่วนเรื่องการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต้มาพิจารณาก่อน และหลังจากที่ประชุมมีมติเห็นชอบกับการพิจารณาญัตติด่วน  ก็เกิดการถกเถียงอย่างหนัก ระหว่าง น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง กับ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านฯ ที่พยายามบอกว่ารัฐบาลใช้เกมประวิงเวลาการพิจารณาวาระ รายงานของกกต. เนื่องจากกลัวถูกโยงพาดพึงเรื่องฮั้วสว.

นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน อภิปราย น.ส.มัลลิกาอย่าดึงดรามาเลย สิ่งที่นายณัฐพงศ์พูดเขาแสดงออกชัดเจนว่าเขามีเงื่อนไขท่านประธานเอาข้อความเท็จมาพูดในสภาเราย้ำเรื่องนี้กันหลายครั้งดังนั้นของให้ประธานเดินหน้าเถอะ อย่าพยามดึงเวลาไปมากกว่านี้เลย พวกเราพยายามอดทน แต่ท่านประธานพยายามดึงดราม่าเรื่อยๆ ตนว่าเลิกพฤติกรรมแบบนี้เถอะ
       
น.ส.มัลลิกา กล่าวสวนว่า “คุณหมิ่นประมาทพี่นะ รังสิมันต์ โรม พี่ไม่ได้ดึงและด้วยความที่พี่อยากให้การประชุมดำเนินไปได้ด้วยดี ไม่ได้ดึงเวลาเลย”
       
ทำให้นายรังสิมันต์สวนกลับว่า “ท่านประธานมีสิทธิฟ้องเลย และอย่ามาเรียกว่าพี่ พฤติกรรมแบบนี้ผมไม่นับญาติด้วย” ทำให้ น.ส.มัลลิกา บอกว่า “ก็ได้ จริงจริงแล้วพี่บอกว่าพี่อยากให้ทุกฝ่ายไกล่เกลี่ยคุยกันด้วยดีเราไม่อยากมีปัญหาในที่ประชุมเลยและไม่ได้ว่าดึง”
       
ด้านนายรังสิมันต์ กล่าวว่า จริงๆใครจะรับไปเป็นน้องก็รับไป แต่ด้วยความเคารพ ท่านจะให้ตนถอนอะไร ถอนที่ตนบอกว่าประธานดึงดรามา ไม่มืออาชีพ ซึ่งพูดกันตรงๆถ้าท่านทั้งหลายเซนซิทีฟกับคำพูดแบบนี้ อ่อนไหวเหลือเกินกับคำพูดแบบนี้
     
“ประทานโทษนะครับ สิ่งที่ผมนำเสนอในสภาแห่งนี้คือข้อความจริง เพราะสิ่งที่เราควรจะมีคือการพูดอย่างมืออาชีพ เราอดทนมา ท่านเรียกชื่อเล่นของผู้นำฝ่ายค้าน ท่านแทนตัวเองว่าเป็นพี่ ผมถามกันจริงๆว่าท่านเป็นสส.มาแล้วกี่สมัย แล้วท่านก็ปฏิบัติกันแบบนี้ราวกับว่านี่คือร้านอาหารที่เราพูดคุยเล่นสนุกกัน สิ่งที่พวกท่านกำลังทำอยู่แค่เรื่องเดียว คือท่านต้องการประวิงเวลาเพื่อไม่ให้วาระสำคัญ ที่กระทบต่อท่านเข้าสู่การพิจารณาแค่นั้นเอง”
       
ทำให้น.ส.มัลลิกา กล่าวว่า “ประธานไม่ได้ดึงดรามา สิ่งที่พวกคุณ เถียงกันไปเถียงกันมา แล้วพยายามที่จะให้ทุกอย่างเกิดความเรียบร้อย ไม่อยากให้มีการเถียงกันนักหนา กลายเป็นว่าดึงดรามา ถ้าคุณไม่ขอโทษ ประธานไม่ได้ว่าอะไร ถ้าจะไม่นับพี่น้องก็ยินดี ไม่ต้องขอโทษแล้ว เพราะถ้าคนเป็นพี่น้องกันเขาจะขอโทษและให้อภัยกัน เมื่อไม่ขอโทษก็ไม่ต้องนับญาติกัน”น.ส.มัลลิกา กล่าว
      
นายรังสิมันต์ สวนทันทีว่า “ด้วยความยินดีครับ” ขณะที่น.ส.มัลลิกา ตอบทันทีว่า “ ยินดีมากเลย ท่านรังสิมันต์ โรม แล้วท่านจำคำพูดท่านไว้นะ วันนี้การประชุมถือว่าเดินมาช้ามาก ฉะนั้น ขอเข้าการประชุม”
       
จากนั้นเป็นการเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาเรื่องแก้ปัญหาชายแดนใต้ และเปิดให้อภิปราย จนถึง เวลา 20.00 น. นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ลุกขึ้นขอคำมั่นจากนายนายโสภณ ซารัมย์ ประธานที่ประชุม ว่าการอภิปรายญัตตินี้ให้จบในวันนี้  ซึ่งนายโสภณ ชี้แจงว่า ช่วงเย็นนี้รองประธานทั้ง 2 ท่านติดภารกิจ โดยได้แจ้งไว้ก่อนล่วงหน้าแล้ว ตอนนั้นเราก็ไม่นึกว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้ การประท้วงกันเมื่อช่วงบ่าย คิดว่าบริหารเวลากันได้

“จากที่ประชุมตอนเช้าแจ้งผมว่าประชุมกันใน 6 ชั่วโมง ผมก็บอกว่าผมสู้ได้ ภายใน 6 ชั่วโมง แต่มาขณะนี้เหลือสมาชิกที่จะอภิปรายอยู่ฝั่งรัฐบาล 27 ท่าน ฝ่ายค้าน 5 ท่าน ยังไม่รวมผู้ชี้แจง ดังนั้น ผมก็จะให้ประชุมไปสักพักนึง ผมก็จะขอปิดประชุม แล้วจะประชุมในคราวหน้าและขอร้องให้รองนายกรัฐมนตรีหรือผู้ที่เกี่ยวข้องได้มารวมรับฟังและชี้แจงในคราวเดียวกัน”

นายรังสิมันต์ ระบุ เดิมทีก็ตกลงกันจะพยายามให้จบรวดเร็ว เพราะถือว่าเป็นประเด็นเร่งด่วนที่มีความสำคัญ ถ้าต้องต่อในรอบถัดไป เท่ากับว่าจะยืดเยื้อไปอีก ถ้าไม่จบในวันนี้ ก็ขอนับองค์ประชุม

จากนั้น สส.พรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาชน โต้เถียงประท้วงกันไปมา  นายโสภณ ตัดจบด้วยการปิดประชุมในเวลา 20.24 น.
เรียนท่านสมาชิก เหตุการณ์วันนี้ไม่ใช่เฉพาะเรารับทราบกันในห้องประชุม ประชาชนที่ติดตามการประชุมอยู่รับทราบหมดว่าเหตุการณ์วันนี้เกิดอะไรขึ้น ฉะนั้น เมื่อการประชุมถึงเวลาสมควรแล้ว ผมขอปิดประชุม”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง