สลดเจ้าเฮงสุนัข 3 ขาถูกชายอายุ 57 ปี หลอนยาถือจอบบุกสับหัว 2 ครั้งขณะนอนหลับดับคาบ้าน ก่อนลากซากขุดหลุมฝัง ตำรวจตามรวบตัวดำเนินคดี 3 ข้อหา
วันที่ 13 ก.ย. 2569 เพจ “อยากดังเดี๋ยวจัดให้ รีเทริน์ part 7” ได้โพสต์คลิปวิดีโอ พร้อมข้อความระบุว่า มีสุนัขถูกทำร้ายจนเสียชีวิต และผู้ก่อเหตุกำลังขุดหลุมฝังซากสุนัข โดยผู้โพสต์ระบุข้อความในลักษณะสะเทือนใจ พร้อมระบุว่า เหตุเกิดในพื้นที่ อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์ และเจ้าของสุนัขได้เข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้แล้ว
ต่อมา พ.ต.อ.ไกรยสิทธิ์ ออมไธสง ผกก.สภ.ชำนิ อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์ ได้สั่งการให้ตำรวจชุดสืบสวนเข้าควบคุมตัว นายปรีชา หรือกบ อายุ 57 ปี ได้ที่บ้านพัก พร้อมตรวจยึดจอบของกลาง ก่อนนำตัวมาสอบสวนที่ สภ.ชำนิ
จากการสอบสวน นายปรีชาอ้างว่า สุนัขเพศผู้ชื่อ “เจ้าเฮง” เป็นสุนัขของตนเอง โดยยอมรับว่าเป็นผู้ใช้จอบสับบริเวณศีรษะสุนัขจำนวน 2 ครั้งจนเสียชีวิต ก่อนลากซากไปขุดหลุมฝังบริเวณหน้าบ้าน
นายปรีชา ยังอ้างถึงสาเหตุว่า โกรธแค้นที่เจ้าเฮงเป็นโรคเรื้อน และเกรงว่าจะมาแพร่เชื้อให้กับสุนัขของตนเอง อีกทั้งสุนัขมักมานอนบริเวณหน้าบ้าน ส่งกลิ่นเหม็นรบกวน โดยยังกล่าวอีกว่า ขณะนี้เหลือสุนัขอีก 1 ตัว และตนเองจะฆ่าให้ตายเช่นเดียวกัน พร้อมยอมรับว่าก่อนหน้านี้ตนเคยเสพยาบ้ามาก่อน
ด้านนางวธิราภรณ์ แหยมอุบล อายุ 34 ปี เจ้าของสุนัข เปิดเผยว่า ตนเองเก็บเจ้าเฮง ซึ่งเป็นสุนัขเพศผู้ อายุ 2 ปี พันธุ์ไซบีเรียผสมบางแก้ว มาเลี้ยงตั้งแต่ยังเล็ก แต่ก่อนหน้านี้เจ้าเฮงเคยประสบอุบัติเหตุจนต้องตัดขาหน้าซ้ายทิ้ง ทำให้เหลือเพียง 3 ขา จึงให้ญาติช่วยเลี้ยงดู โดยตนเองจะโอนเงินเป็นค่าอาหารให้เป็นประจำ
กระทั่งช่วงเช้าของวันที่เกิดเหตุ คนดูแลพบคราบเลือดอยู่ภายในบ้านบริเวณที่เจ้าเฮงเข้าไปนอน และไม่พบตัวสุนัข จึงเปิดกล้องวงจรปิดตรวจสอบ ก่อนพบภาพนายปรีชา ซึ่งเป็นน้าแท้ ๆ ของตน ถือจอบเข้าไปทำร้ายเจ้าเฮงขณะกำลังนอนหลับ จากนั้นลากซากสุนัขออกไปและนำไปฝังบริเวณหน้าบ้าน
เจ้าของสุนัขระบุว่า รู้สึกเสียใจและสะเทือนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยมองว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการทารุณกรรมสัตว์อย่างโหดเหี้ยม และต้องการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีตามกฎหมาย
เบื้องต้น พ.ต.ท.ศักดิ์ชาย กิตติอุดมพันธ์ สารวัตร (สอบสวน) สภ.ชำนิ ได้แจ้งข้อหานายปรีชา รวม 3 ข้อหา ได้แก่ บุกรุกเคหสถาน, ทารุณกรรมสัตว์โดยเจตนา และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป