“ชัชชาติ” กางผลตรวจ Data Center ใน กทม. ยังไม่พบปัญหา ยัน ไม่ใช่ขนาด Hyper-scale พร้อมคุมเข้ม 5 มาตรการปลอดภัย สั่งชะลอโครงการใหม่ รอเกณฑ์ชัดเจนจากรัฐบาล
วันนี้ (14 ก.ย. 69) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมคณะผู้บริหาร แถลงข่าวความคืบหน้าการตรวจสอบ Data Center ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดย นายชัชชาติ เปิดเผยว่า กทม. มี Data Center รวม 49 แห่ง ในจำนวนนี้มี 43 แห่งตั้งในอาคารทั่วไป ซึ่งส่วนใหญ่เป็นขนาดเล็กที่มีการใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 2 เมกะวัตต์และเปิดดำเนินการมานานแล้ว และมีแบบ Standalone 6 แห่ง ซึ่งเปิดดำเนินการแล้ว 3 แห่ง ส่วนอีก 3 แห่ง ชะลอการพิจารณาใบอนุญาต ขณะที่การสะสมน้ำมันเชื้อเพลิงในกลุ่ม 43 แห่ง มี 31 แห่งที่ใช้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดเล็ก จึงไม่ต้องขอใบอนุญาตสะสมน้ำมัน ส่วนอีก 12 แห่งมีการสะสมน้ำมันเกิน 15,000 ลิตร ซึ่งได้ขอใบอนุญาตอย่างถูกต้องจากกรมธุรกิจพลังงานแล้ว ยืนยันว่า Data Center ในกรุงไม่ใช่ขนาด Hyper-scale โดยใช้ไฟฟ้าไม่ถึง 3% ของปริมาณการใช้ไฟสูงสุด และใช้น้ำน้อยกว่าห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่
ทั้งนี้ กทม. ได้บูรณาการร่วมกับ กฟน. กปน. กรมธุรกิจพลังงาน กรมโรงงานฯ และ สผ. พร้อมลุยสุ่มตรวจเข้มด้วย Check-list 5 ด้านความปลอดภัย เพื่อไม่ให้กระทบประชาชน ได้แก่ 1.มาตรฐานอาคาร ต้องได้ใบรับรองมาตรฐานสากล 2.การใช้ทรัพยากร คุมเข้มการใช้ไฟฟ้า น้ำประปา และการสะสมน้ำมันเชื้อเพลิงสำรอง 3.ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ สุ่มตรวจน้ำทิ้งเดือนละครั้ง, วัดฝุ่น PM 2.5 / PM 10 แบบ Real-time, ตรวจเชื้อแบคทีเรีย Legionella ใน คูลลิ่งทาวเวอร์ ปีละ 2 ครั้ง และวัดอุณหภูมิชุมชนรัศมี 500 เมตร โดยกำหนดให้ผลต่างอุณหภูมิในรอบ 24 ชั่วโมงต้องไม่เกิน 2 องศาเซลเซียส รวมถึงควบคุมมลพิษทางเสียง 4.ป้องกันอัคคีภัย ตรวจสอบระบบดับเพลิงให้ได้มาตรฐาน และ 5.การซ้อมแผนซักซ้อม จัดซ้อมอพยพหนีไฟอย่างสม่ำเสมอ
นายชัชชาติ กล่าวอีกว่า การอนุมัติโครงการใหม่ กทม. ได้สั่งชะลอการพิจารณาใบอนุญาตไว้ก่อน เพื่อรอการกำหนดนิยามและแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนจากคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการ Data Center คาดว่าจะมีความชัดเจนภายใน 2 สัปดาห์ นอกจากนี้ สำนักงานเขตในพื้นที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดตั้ง Data Center ทั้งหมดแล้ว ยังไม่พบเหตุเดือดร้อนรำคาญ อย่างไรก็ตาม กทม. พร้อมเปิดรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนผ่านระบบ Traffy Fondue ตลอด 24 ชั่วโมง