กระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ เผย สงครามกับอิหร่าน ทำให้สหรัฐฯ ขาดแคลนยุทโธปกรณ์ขั้นสูง ผลาญงบไปแล้วกว่า 3.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และฐานทัพสหรัฐฯ ในหลายประเทศถูกอิหร่านโจมตีเสียหาย
วันนี้ (15 ก.ย. 69) ผู้ตรวจการทั่วไปของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ รายงานผลกระทบจากสงครามอิหร่านฉบับแรก ซึ่งติดตามสถานการณ์อิหร่านระหว่างวันที่ 1 เมษายน ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ซึ่งชี้ว่าาสหรัฐฯ กำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนยุทโธปกรณ์ขั้นสูง และยังมีปัญหาคอขวดในฐานอุตสาหกรรมสำหรับการจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ขั้นสูงเพิ่มเติม
โดยรายงานข้างต้นนำเสนอข้อมูลทางการที่ครบถ้วนที่สุดเท่าที่เคยมีมาเกี่ยวกับต้นทุนของความขัดแย้งครั้งนี้ ทั้งความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับชาวอเมริกันและเงินภาษีของประชาชน โดยการโจมตีของอิหร่านยังสร้างความเสียหายหรือทำลายอาคารและสิ่งปลูกสร้างหลายร้อยแห่งที่ฐานทัพสหรัฐฯ ในประเทศคูเวต บาห์เรน กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย อิรัก โอมาน และจอร์แดน และมีเครื่องบินและโดรนของสหรัฐฯ ถูกทำลายหรือเสียหายอีกหลายสิบลำ
นอกจากนี้ รายงานดังกล่าวยังเผยว่า สถานที่ทางการทูตของสหรัฐฯ ในประเทศอิรัก คูเวต ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้รับความเสียหายทางกายภาพหนักที่สุด โดยประเมินมูลค่าความเสียหายอยู่ที่ 184 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 6,130 ล้านบาท) ขณะเดียวกันปฏิบัติการอพยพผ่านเที่ยวบินของเอกชนและเที่ยวบินพาณิชย์ รวมถึงการขนส่งทางบกและทางทะเล มีค่าใช้จ่ายกว่า 11 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 366 ล้านบาท) เมื่อนับถึงช่วงปลายเดือนมิถุนายน
ทาง “พีต เฮกเซธ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เผยต่อสภาคองเกรสเมื่อช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาว่า ค่าใช้จ่ายในการทำสงครามกับอิหร่านอยู่ที่ประมาณ 37,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 1.25 ล้านล้านบาท) ไปแล้วจนถึงช่วงเวลาดังกล่าว