เช้านี้ที่หมอชิต - เมื่อวาน (16 ก.ย.) พรรคภูมิใจประท้วงกันวุ่น ! หลัง สส.พรรคประชาชน อภิปรายพาดพิงพรรคภูมิใจไทย เอี่ยวคดี "ฮั้ว สว." เรียกว่าดุเดือดจนถึงขั้นตัดพี่ตัดน้อง
ในการประชุมสภาฯ วาระรับทราบรายงานผลปฏิบัติงานของ กกต. โดย นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ได้กล่าวรายงานต่อที่ประชุมสภาฯ
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.พรรคประชาชน อภิปรายเป็นคนแรก โดยกล่าวกับนายแสวงฯ ว่า "ในที่สุดเราก็ได้เจอกัน"
จากนั้นได้อภิปรายมุ่งประเด็นไปที่มติของ กกต. ในคดี "ฮั้ว สว." ที่สั่งฟ้องผู้เกี่ยวข้องเพียง 77 คน ซึ่งมติเสียงข้างมากของ กกต. ขัดกับหลักฐาน และเข้าข่ายปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
ระหว่างอภิปราย นายศุภชัย ใจสมุทร สส.พรรคภูมิใจไทย ประท้วงหลายครั้ง ระบุว่า นายพริษฐ์ฯ อภิปรายนอกเหนือจากรายงานประจำปี กกต. ขอให้ประธานฯ ควบคุมการประชุม
ขณะที่ นายเพชร กรุณพล สส.พรรคประชาชน ก็ลุกขึ้นประท้วงเช่นกัน นายศุภชัยฯ จึงพูดว่า "น้องใจเย็น ๆ" แต่นายเพชร ตอบว่า "ไม่มีพี่แบบนี้"
นายพริษฐ์ อภิปรายว่า พรรคภูมิใจไทย มักตอบว่า หัวหน้าพรรคฯ กำชับไม่ให้ลูกพรรคไปยุ่งเกี่ยวการเลือก สว.
แต่ที่ กกต. สั่งฟ้องคนที่เกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทย มีความเป็นไปได้ 2 ทาง คือ หัวหน้าพรรคฯ ทำงานไม่ได้เรื่อง หรือ นายอนุทินฯ และแกนนำพรรคภูมิใจไทย ร่วมกันโกงการเลือก สว.
ด้าน นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี สส.พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายยกย่องนายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กกต.เสียงข้างน้อย ที่กล้าหาญ ออกมาอธิบายเหตุผลของการลงมติให้ประชาชนทราบ
พร้อมเปรียบว่า แมวไม่ทำงาน ไม่จับหนู ทำให้หนูเริงร่า วัฒนธรรมการโกงในประเทศไทย ขยายพันธุ์เติบโตไปอย่างรวดเร็ว พร้อมยกคำสอนของพุทธทาสภิกขุว่า "ถ้าคนไม่ดี ยิ่งประชาธิปไตยเท่าไหร่ ยิ่งตกนรกมากเท่านั้น" ตอนนี้ประเทศกลายเป็นเมืองนรก
ช่วงหนึ่ง นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลุกขึ้นอภิปรายว่า มติ กกต. ถือว่าจบไปแล้ว การที่ สส.พรรคประชาชน นำรูปเจ้าหน้าที่พรรคภูมิใจไทยมาแสดง สะท้อนว่าเป็นความพยายามผลักความผิดปกติมาที่พรรคภูมิใจไทย พร้อมระบุว่า หากท่านมีความรู้ความสามารถ แนะนำให้ลาออกไปเป็น กกต.
ขณะที่ นายภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ตั้งคำถามไปยัง กกต. เกี่ยวกับการพิจารณาคดี "ฮั้ว สว." ว่า หาก กกต. 7 คน เชื่อว่ามีกระบวนการฮั้วจริงตามสำนวนอนุกรรมการชุดที่ 26 เหตุใดจึงลงมติแยกเป็นรายบุคคล แทนที่จะมีมติในภาพรวมว่ามีกระบวนการฮั้วเกิดขึ้นจริงหรือไม่ รวมถึงตั้งข้อสังเกตว่า เอกสาร หรือ โพย "ฮั้ว สว." ถูกจัดทำหลังการเลือก สว. เสร็จสิ้นแล้วหรือไม่
และประเด็นสำคัญ คือ กกต. ได้พิจารณาหรือไม่ว่า มีขบวนการอยู่เบื้องหลัง ใส่ร้ายป้ายสี เพื่อต้องการยุบพรรคภูมิใจไทย
ซึ่งช่วงหนึ่ง นายภราดรฯ พูดถึงกรณีพยานรหัส 16/26 กลับคำให้การ และพาดพิงเจ้าหน้าที่คนหนึ่งที่เป็นผู้สอบสวนว่าในอดีตเคยเป็น "หน้าห้อง" ของรองอธิบดีดีเอสไอ ซึ่งลงสมัคร สว. แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง
ช่วงเย็น หลังอภิปรายมาประมาณ 6 ชั่วโมง นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ลุกขึ้นชี้แจง ทั้งประเด็นการป้องกันทุจริตเลือก สว. และการวินิจฉัยของ กกต. เกี่ยวกับคดี
โดย นายแสวงฯ บอกว่า คำวินิจฉัยที่ออกมาจะตอบทุกเรื่อง และยืนยัน เอกสารทุกแผ่นในคดีจะส่งให้ศาลฎีกา
ขณะที่ กกต. ได้ออกเอกสารชี้แจง กรณีมีการเผยแพร่ข่าวสารว่า กกต.มีมติ 4 ต่อ 3 ไม่รับเส้นเงินมาจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ว่าเป็นมติในการประชุม กกต. เมื่อวันที่ 12 มกราคม ขณะนั้น กกต. ยังไม่ได้รับสำนวนการไต่สวนมาจากคณะอนุกรรมการฯ ชุดที่ 36 จึงยังไม่ขอรับสำนวนมาจากดีเอสไอ โดยรายงานการประชุมดังกล่าว ไม่มีการกล่าวถึง หรือเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับการทำธุรกรรมทางการเงิน หรือเส้นเงิน ของบุคคลหนึ่งบุคคลใดให้คณะกรรมการการเลือกตั้งรับไว้พิจารณา