ยื่นร้องเพิ่ม! จี้ DSI ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง เจ้าหน้าที่เบิกเงินราชการหลายสิบล้านบาทช่วงทำคดีฮั้ว สว.
จากกรณีที่กระทรวงยุติธรรม มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ที่ข่มขู่พยานในคดีฮั้ว สว. ซึ่งต่อมาพยานรายดังกล่าวได้กลับคำให้การ พร้อมระบุว่ามีขบวนการสร้างหลักฐานเท็จใส่ร้ายพรรคภูมิใจไทยนั้น
ล่าสุด (16 ก.ย.69) มีผู้ยื่นหนังสือร้องเรียนให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง เจ้าหน้าที่ DSI รายเดิม ในประเด็นอื่นเพิ่มเติมแล้ว โดยเนื้อหาระบุ
“ได้ปรากฏความผิดปกติว่า ระหว่างการลงพื้นที่สืบสวนสอบสวนพยานของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของ DSI ที่เกิดข้อพิพาทในคดีนี้ อาจมีการทุจริตเบิกเงินราชการของ DSI จำนวนหลายสิบล้านบาท เป็นจำนวนเงินสูงเกินปกติวิสัยอย่างมีนัยยะสำคัญ ทางสืบสวนมีเหตุอันควรสงสัยและพยานหลักฐานเชื่อมโยงว่าอาจมีการนำเงินของทางราชการดังกล่าวไปใช้นอกวัตถุประสงค์ของทางราชการ นำไปใช้จ้างวานพยานเพื่อจูงใจพยานให้การเท็จใส่ร้ายพรรคภูมิใจไทยและบุคคลต่าง ๆ เกี่ยวกับการฮั้ว สว.ในคดีนี้ และผู้บังคับบัญชาระดับสูงของ DSI อาจมีส่วนร่วมรู้เห็นเป็นใจอนุมัติให้จัดทำเอกสารขออนุมัติเบิกจ่ายเงินราชการเพื่อการสืบสวนอันเป็นเท็จและส่อไปในทางทุจริต
นอกจากจะมีการบังคับ ขู่เข็ญ ข่มขู่ ล่อลวง เพื่อกระทำโดยมิชอบด้วยกฎหมายประการอื่นใดๆ เพื่อจูงใจให้พยานได้ให้การตามบทหรือถ้อยคำสำนวนที่ได้จัดเตรียมไว้ โดยบางส่วนมีการสร้างแรงจูงใจแก่พยาน โดยการให้เสนอให้หรือรับว่าจะให้ผลประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายในรูปแบบต่างๆ หรือให้ผลประโยชน์ตอบแทนเป็นเงินเพื่อจูงใจเป็นค่าตอบแทนให้พยานแลกเปลี่ยนกับการให้พยานให้ถ้อยคำอย่างหนึ่งอย่างใดที่พนักงานสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ อาจได้มีการจัดเตรียมหรือซักซ้อมพยานไว้แล้วโดยมิชอบด้วยกฎหมาย”
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ดังกล่าวยังรับบทบาทแถลงรายงานการสืบสวนเพื่อสนับสนุนอธิบดี DSI และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในขณะนั้น ให้มีการรับคดีฮั้ว สว. เป็นคดีพิเศษที่ 24/2568 และเจ้าหน้าที่รายดังกล่าวยังเป็นกลจักรสำคัญผู้ตรวจสอบข้อมูลการโทรศัพท์บุคคลต่างๆ เพื่อเชื่อมโยงพยานหลักฐานในคดี เพราะเคยเป็นหน้าห้องอดีตรองอธิบดี DSI เพื่อนของอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม”