ทีมแพทย์สหรัฐฯ ทำการผ่าตัดสุดหิน แยกเด็กหญิงฝาแฝด อายุ 2 ขวบ ที่มีศีรษะติดกันได้สำเร็จ โดยต้องทำการผ่าตัดซับซ้อนถึง 6 ครั้ง และในขั้นสุดท้ายในการผ่าตัดแยกศีรษะต้องผ่าตัดนานกว่า 24 ชั่วโมง
วันนี้ (17 ก.ย. 69) คณะแพทย์โรงพยาบาล SSM Health Cardinal Glennon ในเมืองเซนต์หลุยส์ รัฐมิสซูรี ประเทศสหรัฐฯ ประสบความสำเร็จในการผ่าตัดแยกเด็กหญิงฝาแฝดชาวเอธิโอเปีย อายุ 2 ขวบ ที่เกิดมามีศีรษะติดกัน หลังจากฝาแฝดคู่นี่ถูกส่งตัวเข้ามารับการรักษาที่สหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 2567
โดยการผ่าตัดแยกศีรษะของฝาแฝดคู่นี่ค่อนข้างซับซ้อน เนื่องจากมีความจำเป็นต้องผ่าตัดทางระบบประสาทและเครือข่ายเส้นเลือดรอบกะโหลกศีรษะที่เด็กทั้งคู่ใช้ร่วมกัน รวมถึงมีการผ่าตัดศัลยกรรมตกแต่งและฟื้นฟูกะโหลกศีรษะและอื่น ๆ ที่ซับซ้อนมากถึง 6 ครั้ง ซึ่งกินเวลายาวนานหลายเดือน ก่อนเริ่มการผ่าตัดขั้นตอนสุดท้ายคือ “การผ่าตัดแยกศีรษะ” ซึ่งขั้นตอนนี้มีขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยใช้เวลาในการผ่าตัดนานกว่า 24 ชั่วโมง
ทั้งนี้ สาเหตุที่เพิ่งประกาศข่าวนั้นเป็นเพราะหลังการผ่าตัดแล้ว มีกำหนดเวลาเฝ้าระวังเพื่อให้แน่ใจว่าเด็กหญิงฝาแฝดทั้ง 2 คน ซึ่งมีชื่อว่า “ฮิยาบ” (Hiyab) และ “วูห์บโต” (Wuhbto) จะมีสุขภาพแข็งแรง ตามเกณฑ์มาตรฐานการฟื้นฟูร่างกาย
ทาง ดร.แอนดรูว์ ไวท์ หัวหน้าแผนกกุมารเวชศาสตร์ เผยว่า เรามีความภูมิใจที่จะประกาศความสำเร็จในการผ่าตัดแยกคู่แฝดหญิงที่เกิดมาโดยมีศีรษะติดกันและหันหน้าไปคนละทิศทาง
ขณะที่ ดร.โจแอนนา เคมป์ ศัลยแพทย์ระบบประสาท กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่พบในกรณีของฝาแฝดหญิงคู่นี้คือ มีเครือข่ายเส้นเลือดจำนวนมหาศาลเชื่อมต่อกันและแผ่ขยายอยู่รอบกะโหลกศีรษะ แต่การจะแยกพวกเธอออกจากกันให้สำเร็จนั้น ทีมแพทย์จำเป็นต้องจัดสรรเส้นเลือดเหล่านี้บางส่วนให้แก่เด็กคนหนึ่ง และอีกบางส่วนให้กับเด็กอีกคนหนึ่ง ซึ่งกระบวนการดังกล่าวจะส่งผลให้ระบบไหลเวียนเลือดเปลี่ยนแปลงไปในลักษณะที่ทำให้พวกเธอเสี่ยงต่อภาวะโรคหลอดเลือดสมอง และการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาด้านอื่น ๆ อันที่จริง เราเคยประสบปัญหาภาวะเลือดถ่ายเทระหว่างแฝด (Twin-Twin Transfusion Syndrome) ในช่วงสั้นๆ ภายหลังการแยกเส้นเลือดในขั้นตอนแรก ทำให้เราต้องปรับเปลี่ยนกำหนดการผ่าตัดเพื่อรับมือและแก้ไขปัญหานั้น สรุปแล้วจึงต้องมีการผ่าตัดแยกเส้นเลือดถึง 4 ครั้ง เพื่อเปิดโอกาสให้ร่างกายสร้างเส้นเลือดใหม่และเริ่มระบายเลือดกลับสู่หัวใจของเด็กแต่ละคนได้เพียงพอ ก่อนที่พวกเธอจะพร้อมสำหรับการผ่าตัดแยกจากกันอย่างสมบูรณ์ในขั้นตอนสุดท้าย
ด้าน ดร.เควิน เฉิน ศัลยแพทย์ตกแต่งเฉพาะทางด้านกุมารเวชศาสตร์ เผยว่า ในการเข้าถึงสมอง เราจำเป็นต้องเปิดผ่านกระดูกกะโหลกเข้าไปโดยตรง และทีมแพทย์ได้เก็บชิ้นส่วนกระดูกทั้งหมดที่ตัดออกไปไว้ เพราะจะต้องนำกลับมาปิดเพื่อซ่อมแซมโครงสร้างกะโหลกศีรษะในภายหลัง ซึ่งทีมแพทย์ได้นำกระดูกส่วนใหญ่มาใช้ในการผ่าตัดครั้งล่าสุด นั้นจำเป็นต้องใช้วิธีการสร้างโครงสร้างกะโหลกศีรษะที่แตกต่างออกไป แต่เนื่องจากกระดูกแตกออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย การสร้างโครงสร้างกะโหลกศีรษะใหม่จึงเป็นงานที่ท้าทายอย่างยิ่ง เปรียบได้กับการนำชิ้นส่วนจำนวนมากมาประกอบเข้าด้วยกันเหมือนการต่อจิ๊กซอว์ เพื่อให้ได้รูปกะโหลกที่สมบูรณ์และเหมาะสมที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และพวกเรามีความหวังอย่างมากว่าเด็ก ๆ จะฟื้นตัวได้ในเร็ว ๆ นี้ แม้ว่ากระบวนการฟื้นฟูสภาพร่างกายส่วนใหญ่จะยังคงดำเนินอยู่ ซึ่งทีมแพทย์ก็พอใจกับการฟื้นฟูของเด็ก ๆ มาก อย่างไรก็ตาม ยังสรุปอะไรได้ยากหากยังไม่ได้ผ่านการผ่าตัดใหญ่ครั้งต่อไปของหนูน้อย “ฮิยาบ”
ทาง ดร.ฟิลิปป์ เมอร์ซิเยร์ ศัลยแพทย์ระบบประสาท กล่าวว่า เมื่อทีมแพทย์สามารถเข้าถึงช่องว่างที่มีของเหลวตามปกติซึ่งเด็กทั้งสองมีร่วมกันได้แล้ว ทีมแพทย์ก็ทำการเย็บปิดผิวหนังและหมุนตัวเด็กทั้งสองคนไป 180 องศา ซึ่งต้องอาศัยการประสานงานอย่างแม่นยำและผ่านการฝึกซ้อมมาเป็นอย่างดีโดยใช้ทั้งหุ่นจำลอง ตุ๊กตา และคนจริง เพราะทีมแพทย์ต้องรักษาความปลอดเชื้อในระหว่างการพลิกตัวเด็ก ๆ และต้องระวังไม่ให้สายน้ำเกลือหรือท่อช่วยหายใจหลุดออกมา การดำเนินการทั้งหมดต้องอาศัยความประสานกันอย่างสูงเพื่อให้สามารถพลิกตัวและแยกเด็ก ๆ ออกจากกันได้สำเร็จ เตียงทั้งสองเตียงก็ถูกแยกออกจากกัน เพื่อให้ทีมแพทย์ทั้งสองชุดสามารถดำเนินการเย็บปิดแผลขั้นสุดท้ายต่อไปได้