วานนี้ (26 ธ.ค.64) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า มาร์ติน กริฟฟิธส์ รองเลขาธิการใหญ่ด้านกิจการมนุษยธรรมของสหประชาชาติ หรือ UN ได้ออกมาประณามเหตุการ์รุนแรง พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลทหารเมียนมาดำเนินการสอบสวน หลังจากมีข่าวที่ทหารเมียนมาสังหารและเผาประชาชนอย่างน้อย 35 คน ที่รัฐกะยา ของเมียนมา
ขณะที่ เจ้าหน้าที่ของเซฟ เดอะ ชิลเดรน ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร จำนวน 2 คน ยังคงสูญหาย และพบรถยนต์ของพวกเขาถูกเผาในเหตุการณ์เดียวกัน ขณะเดินทางกลับที่พักในช่วงเทศกาลวันหยุดหลังจากทำงานให้ความช่วยเหลือด้านสิทธิมนุษยชนในชุมชนใกล้เคียง
สมาชิกของกองกำลังพิทักษ์ประชาชนในท้องถิ่น เปิดเผยว่า พบร่างผู้เสียชีวิตในสภาพไหม้เกรียมอยู่ในรถบรรทุก 2 คัน และพบศพผู้เสียชีวิต 27 ศพ พร้อมยังมีอีกหลายศพที่ยังไม่ถูกนับ หลังทราบว่าทหารเมียนมาเรียกตรวจยานพาหนะหลายคันในพรูโซ
ขณะเดียวกัน รัฐบาลทหารเมียนมายังไม่มีการออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเหล่านี้ แต่ในสื่อท้องถิ่นได้รายงานว่า มีการต่อสู้ใกล้หมู่บ้านโมโซเมื่อวันศุกร์ (24 ธ.ค.64) ที่ผ่านมา หลังจากสมาชิกกลุ่มกองโจรของพรรคก้าวหน้าแห่งชาติคะเรนนี และฝ่ายต่อต้านกองทัพพม่าขับรถยนต์ต้องสงสัย และไม่ยอมจอดรถตามคำสั่งแต่กลับโจมตีกองกำลังความมั่นคง
ทั้งนี้ หลายชาติตะวันตก ออกแถลงการณ์ร่วมประณามรัฐบาลทหารเมียนมาว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรงทั่วประเทศ และเรียกร้องให้รัฐบาลเมียนมายุติการโจมตีโดยไม่เลือกในรัฐกะเหรี่ยงและทั่วประเทศทันที รวมถึงรับประกันความปลอดภัยของพลเรือนทั้งหมดตามกฎหมายระหว่างประเทศ