สนามข่าว 7 สี - ชุดสืบสวนตำรวจนครบาล ยังคงเร่งติดตามตัวหญิงชาวจังหวัดราชบุรี ที่ร่วมกับชาวต่างชาติ ฆาตกรรมชาวไต้หวันที่โรงแรมย่านอุดมสุข พร้อมกับประสาน ตม. เฝ้าระวังหลบหนีออกนอกประเทศ
ความคืบหน้าคดีชายชาวไต้หวันถูกฆาตกรรมที่โรมแรมแห่งหนึ่งในซอยอุดมสุข 17 สุขุมวิท 103 แขวงและเขตบางนา ซึ่งต่อมาตำรวจไปจับกุมคนร้ายชาวต่างชาติได้ 2 คน เป็นชาวเมียนมา และชาวแคเมอรูน เหลืออีก 2 คน ที่ต้องติดตามตัวมาดำเนินคดี
โดย 1 ใน 2 พบว่าได้หลบหนีออกนอกประเทศไปแล้ว คือ นายโทนี่ ชาววานูอาตู โดยออกจากไทยไปตั้งแต่วันที่เกิดเหตุ โดยใช้ช่องทางปกติ เนื่องจากขณะนั้นยังไม่มีการออกหมายจับ ซึ่งตามขั้นตอนหลังจากนี้ พนักงานสอบสวนจะนำหมายจับจากศาลฯ ไปประสานตำรวจสากล เพื่อให้ช่วยติดตามจับกุมตัว นำกลับมาดำเนินคดีในไทย
ส่วนอีกคนเป็นหญิง เพจเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า "สืบนครบาล IDMB" โพสต์ภาพพร้อมข้อความ ระบุว่า ขอความร่วมมือประชาชน หากท่านใดพบ หรือมีเบาะแสข้อมูลของนางสาวนภัสรดา เอกภัทรหิรัญ ผู้ต้องหาหมายจับศาลอาญาพระโขนง 18 พฤศจิกายน 2566 ซึ่งต้องหาว่ากระผิดฐาน "ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา" สามารถแจ้งได้ที่เฟซบุ๊กเพจ "สืบนครบาล IDMB"
พลตำรวจตรี ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนเฝ้าติดตามหญิงไทยคนดังกล่าวอยู่ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี พร้อมกับประสานกับตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เฝ้าระวังหญิงคนดังกล่าวหลบหนีออกนอกประเทศ
ซึ่งหลังจากที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ สืบนครบาล IDMB ได้โพสต์ขอความร่วมมือจากประชาชนในการแจ้งเบาะแส ปรากฏว่าได้มีประชาชน Inbox เข้ามา บอกจะช่วยเป็นหูเป็นตาให้ แต่ยังไม่มีการแจ้งเบาะแสที่แน่ชัดเข้ามา
สำหรับผู้เสียชีวิต มีข้อมูลว่าเคยต้องโทษคดีอาญาในไต้หวัน ซึ่งอยู่ระหว่างรอยืนยันว่าเป็นคดีอะไร โดยคนตายได้มีการเข้ามาในประเทศไทยอยู่บ่อยครั้งแล้ว
ส่วนความสัมพันธ์ของผู้ต้องหากลุ่มนี้ เริ่มต้นจากชายชาวแคมเมอรูน ที่ถูกจับกุมตัวได้แล้ว รู้จักกับผู้เสียชีวิตตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา คอยไปรับไปส่งทุกครั้งที่ผู้ตายเดินทางมาไทย
ส่วน นายโทนี่ ชาววานูอาตู ที่หลบหนีออกนอกประเทศ รู้จักกับผู้ตายขณะไปเดินเล่นที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านคลองสาน แล้วพูดคุยกันถูกคอ จึงได้แนะนำให้รู้จักกับชายชาวคาเมอรูน โดยผู้ตายไว้ใจนายโทนี่ ถึงขนาดที่เคยให้ไปช่วยขนย้ายข้าวของระหว่างเปลี่ยนที่พัก ซึ่งจุดนี้เองที่ตำรวจตั้งข้อสังเกตว่า นายโทนี่อาจคาดเดาว่าผู้ตายมีทรัพย์สินอยู่กับตัวมาก เพราะมักขนย้ายตู้เซฟขนาดเล็กติดตัวไปมา จึงร่วมกับพวกก่อเหตุ
ส่วนนางสาวนภัสรดา แฟนสาวนายโทนี่ เป็นผู้ว่าจ้างชาวเมียนมา ที่ถูกจับกุมไปแล้ว ให้ทำงานสอดแนม สะกดรอย ถ่ายรูป ชาวไต้หวัน โดยอ้างว่ามีประวัติอาชญากรรม ก่อนจะวางแผนเปิดห้องพักเดียวกับผู้ตาย
วันเกิดเหตุคืนวันที่ 16 พฤศจิกายน นายโทนี่ พร้อมด้วยชาวเมียนมา ได้เข้าไปช่วยกันมัดมือ มัดข้อเท้า รัดเข็มขัด และพันเทปปิดปากผู้เสียชีวิต จากนั้นได้รื้อค้นหาทรัพย์สิน แต่ไม่พบเงิน จึงนำเครื่องคอมพิวเตอร์แบบโน๊ตบุ๊ก โทรศัพท์ ใส่เป้และหนีออกจากห้องพัก โดยมีชาวแคเมอรูนที่ถูกจับกุมอีก 1 คน ดูต้นทางด้านหน้าประตู