“นายกฯ” เผยสำเร็จแล้ว 57% ลดหนี้ได้ 670 ล้านบาท ลั่นจะแก้หนี้ทั้งระบบให้จบในรัฐบาลนี้

“นายกฯ” เผยสำเร็จแล้ว 57% ลดหนี้ได้ 670 ล้านบาท ลั่นจะแก้หนี้ทั้งระบบให้จบในรัฐบาลนี้

View icon 69
วันที่ 12 ก.พ. 2567 | 13.20 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
2 เดือนแก้หนี้นอกระบบ “นายกฯ” เผยสำเร็จแล้ว 57% ลดหนี้ได้ 670 ล้านบาท ลั่นจะแก้หนี้ทั้งระบบให้จบในรัฐบาลนี้ ติงธนาคารรัฐอย่ากอดกำไร แล้วปล่อยคนไทยเป็นทุกข์

วันนี้ (12ก.พ.67) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นำทีมแถลงข่าวความสำเร็จในการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบในรอบ 2 เดือน ตั้งแต่ 1 ธ.ค. 66 - 31 ม.ค. 67 มียอดลงทะเบียนทั้งหมด 140,000 คน ทำการไกล่เกลี่ยแล้ว 12,000 คน คิดเป็น 57% ของจำนวนที่เข้าสู่กระบวนการ และผลจากการไกล่เกลี่ย ทำให้มูลค่าหนี้ลดลง 670 ล้านบาท ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดแล้ว 1,300 คน

ขณะเดียวกัน ให้กระทรวงการคลัง และสถาบันการเงิน ทั้งธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร จัดหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยแก่ลูกหนีที่ผ่านการไกล่เกลี่ยแล้ว  นอกจากนี้ ยังให้ กระทรวงแรงงาน / กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พัฒนาฝีมือแรงงาน หาอาชีพ และ สร้างรายได้เพิ่มให้ประชาชน

ส่วนหนี้ในระบบ แบ่งเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้

กลุ่มลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจาก โควิด-19 กลุ่มนี้ได้รับการช่วยเหลือโดยปิดบัญชีหนี้เสียแล้ว มากกว่า 630,000 บัญชี มูลหนี้กว่า 4,000 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยให้ลูกหนี้กลับมามีสถานะปกติในระบบเครดิตบูโร และสามารถกลับเข้าสู่ระบบการเงินได้ อีกทั้ง ยังปรับโครงสร้างหนี้ให้ลูกหนี้ SMEs แล้วมากกว่า 10,000 คน มูลหนี้กว่า 5,000 ล้านบาท

กลุ่มลูกหนี้ที่มีรายได้ประจำ แต่มีภาระหนี้จำนวนมากจนเกินศักยภาพในการชำระคืนหนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีหนังสือขอความร่วมมือให้สหกรณ์ออมทรัพย์ทุกแห่ง คิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ไม่สูงจนเกินไป ไม่ควรเกินร้อยละ 4.75 ซึ่งมีสหกรณ์ออมทรัพย์ กว่า 80 แห่ง ทยอยลดดอกเบี้ยเงินกู้ลงมาแล้ว คาดว่าการลดดอกเบี้ยดังกล่าว จะสามารถช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์ได้กว่า 3,000,000 คน ส่วนลูกหนี้บัตรเครดิต ได้เข้าร่วมปรับปรุงโครงสร้างหนี้ในโครงการคลินิกแก้หนี้แล้วมากกว่า 1 50,000 บัญชี

กลุ่มที่มีรายได้ไม่แน่นอน ทำให้การชำระคืนหนี้ไม่ต่อเนื่อง เกษตรกรได้รับการพักชำระหนี้แล้วมากกว่า 1,800,000 ราย มูลหนี้รวมกว่า 250,000 ล้านบาท  ลูกหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ได้เข้ามาติดต่อขอปรับปรุงโครงสร้างหนี้แล้วมากกว่า 600,000 คน ซึ่ง กยศ. สามารถลดหรือปลดหนี้ให้กับลูกหนี้กลุ่มนี้ได้

กลุ่มที่มีหนี้เสียคงค้างกับสถาบันการเงินมาเป็นระยะเวลานาน ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย ได้มีหลักเกณฑ์การร่วมทุน ระหว่างสถาบันการเงินกับบริษัทบริหารสินทรัพย์แล้ว และ จะขยายหลักเกณฑ์ดังกล่าวให้ครอบคลุมถึงสถาบันการเงินเฉพาะกิจ โดยธนาคารออมสิน อยู่ระหว่างเจรจาผู้ร่วมทุน เพื่อเตรียมจัดตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาสแรกของปี 2567 เมื่อการจัดตั้งแล้วเสร็จ ลูกหนี้กลุ่มนี้จะสามารถโอนขายไปยังบริษัทบริหารสินทรัพย์ที่ตั้งขึ้นใหม่ เพื่อให้การช่วยเหลือแบบผ่อนปรนต่อไป

“ผมอยากให้ธนาคารของรัฐ นำเงินกลับไปช่วยเหลือพี่น้องที่ยากลำบากมากกว่ากอดผลกำไรไว้  ในขณะที่อีกหลายครอบครัวกำลังทนทุกข์กับหนี้นอกระบบ ที่ดอกเบี้ยสูงกว่ากฎหมายกำหนด” นายกรัฐมนตรี กล่าว


ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ขอบคุณทุกหน่วยงานที่ร่วมกันแก้ไขปัญหา และขอเป็นกำลังใจให้ร่วมมือกันช่วยประชาชนต่อไป และขอให้ความเชื่อมั่นว่า การแก้ปัญหาหนี้สินของรัฐบาลจะทำได้ทั่วถึง และจะแก้หนี้ทั้งระบบให้จบในรัฐบาลนี้ให้ได้