เจ๊ไฝ โวย! ถูกลูกค้าอ้างเป็น สารวัตร ชื่อ หนุ่ม กำลังอยู่ในหน้าที่ ตีเนียนขอไม่ต่อคิว พร้อมสั่งไข่เจียวปูกลับบ้าน ก่อนเชิดหนีหาย

เจ๊ไฝ โวย! ถูกลูกค้าอ้างเป็น สารวัตร ชื่อ หนุ่ม กำลังอยู่ในหน้าที่ ตีเนียนขอไม่ต่อคิว พร้อมสั่งไข่เจียวปูกลับบ้าน ก่อนเชิดหนีหาย

View icon 214
วันที่ 29 ก.พ. 2567 | 19.02 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
เจ๊ไฝ โวย! ถูกลูกค้าอ้างเป็น "สารวัตร ชื่อ หนุ่ม" กำลังอยู่ในหน้าที่ ตีเนียนขอไม่ต่อคิว พร้อมสั่งไข่เจียวปูกลับบ้าน ก่อนเชิดหนีหาย ไม่จ่ายค่าอาหาร

29 กุมภาพันธ์ 2567 เจ๊ไฝ หรือ เจ๊เปีย สุภิญญา จันสุตะ ได้โพสต์สตอรีในอินสตาแกรมเมื่อประมาณ 2 ชั่วโมงที่แล้ว ว่า วันนี้มีลูกค้าไม่ยอมต่อคิว อ้างตัวเป็นสารวัตรนอกเครื่องแบบ กำลังอยู่ในหน้าที่ ขอโต๊ะทานข้าว สั่งห่อ แล้วไม่จ่ายเงิน หลังจากโพสต์สตอรีดังกล่าวเผยแพร่ไป กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ทั้งในพฤติกรรมที่มาแซงคิว มาทำทีของกินฟรี และไม่จ่ายเงินด้วย หากเป็นตำรวจจริงก็ยิ่งควรตรวจสอบ เพราะไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง

ล่าสุด ทีมข่าวลงพื้นที่ไปพบเจ๊ไฝ ที่ร้านอาหาร โดยรอนานเกือบชั่วโมงครึ่ง ก็ยังไม่มีวี่แววว่าลูกค้าจะลดน้อยลง จึงเข้าไปพูดคุยกับเจ๊ไฝ ก่อนที่เจ๊ไฝจะส่งลูกสาวออกมาให้ให้ข้อมูลว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่าย วันนี้ 29 ก.พ.โดยชายคนดังกล่าวใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีกรมท่า และกางเกงสแล็คสีดำ ผิวคล้ำ สูงประมาณ 160 เซนติเมตร อายุประมาณ 50-60 ปี ลักษณะคล้ายผู้ติดตามบุคคลสำคัญ

โดยชายคนดังกล่าวเข้ามาภายในร้านด้วยท่าทีเร่งรีบพร้อมกับบอกว่า ตนเองอยู่ระหว่างการปฏิบัติหน้าที่จะเข้ามารับประทานอาหารคนเดียวจะขอแซงคิวได้หรือไม่ จากนั้นได้อ้างว่าตนเองเป็นตำรวจ ชื่อสารวัตรหนุ่ม ลูกสาวของเจ๊ไฝจึงถามชื่อจริง ชายคนดังกล่าวจึงตอบด้วยท่าทีไม่พอใจว่าชื่อสารวัตรวิโรจน์ พร้อมกับพูดว่าตนเองไม่ได้ต้องการจะแสวงหาผลประโยชน์ใดๆจากร้านเพียงต้องการรับประทานอาหารเท่านั้น ลูกสาวของเจ๊ไฝจึงตัดปัญหาด้วยการหาโต๊ะให้นั่ง ซึ่งเจ้าตัวได้สั่งกระเพราเนื้อสับราดข้าว 1 ที่ เพื่อรับประทานในร้านจากนั้นได้สังเกตเห็นลักษณะของชายคนดังกล่าวว่ามองโต๊ะข้างๆและเห็นไข่เจียวปูซึ่งเป็น signature ของร้าน จึงได้สั่งเมนูดังกล่าวใส่กล่องกลับบ้านอีก 1 ที่ ระหว่างนั้นตนเองจึงไปให้บริการลูกค้าคนอื่น ก่อนที่จะกลับมาดูอีกครั้ง ก็พบว่าชายคนดังกล่าวได้ออกจากร้านไปแล้ว โดยไม่จ่ายเงิน จึงรู้สึกไม่พอใจกับพฤติการณ์ดังกล่าวเพราะแม้แต่ลูกค้าชาวต่างชาติ ยังถามกับเธอว่า ลูกค้าคนเมื่อกี้ไม่จ่ายตังค์หรือ และเก็บเรื่องดังกล่าวไว้เป็นเวลานานก่อนจะตัดสินใจโพสต์ข้อมูลลงใน instagram ของเจ๊ไฝ และเมื่อผู้สื่อข่าวมาถึงที่ร้านจึงทำให้แม่ทราบว่าเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ซึ่งตนเองยังถูกต่อว่าว่าเหตุใดจึงไม่เล่าเหตุการณ์ดังกล่าว

ส่วนสาเหตุที่ตัดสินใจโพสต์เรื่องดังกล่าวลงใน Instagram ของเจ๊ไฝ เพราะมองว่าบุคคลดังกล่าวสร้างความเสียหายให้กับร้านอาหารของตนเอง จึงกลัวว่าอาจจะไปก่อเหตุลักษณะเดียวกันกับร้านของบุคคลอื่นอีก ซึ่งในอินสตาแกรมของเจ๊ไฝมีเชฟชื่อดังและเจ้าของร้านอาหารหลายคนจึงเตือนให้เป็นอุทาหรณ์และระมัดระวังชายคนดังกล่าว

และล่าสุดตนเองได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ สน. สำราญราษฎร์ เพื่อติดตามชายคนดังกล่าวแล้ว ยอมรับว่า ไม่มีความหวังว่าจะจับกุมหรือนำเงินค่าข้าวคืนได้ และไม่เชื่อว่าชายคนดังกล่าวจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจตามที่กล่าวอ้าง นอกจากนี้ ยังยอมรับว่า ภายในร้านไม่มีการติดตั้งกล้องวงจรปิด เพราะเจ๊ไฝ ไม่ประสงค์จะรีโนเวตหรือติดตั้งกล้องใดๆเพิ่ม และที่ผ่านมาก็ถูกลูกค้าเชิดเงินค่าอาหารน้อยมาก จึงไม่มีแผนจะติดตั้งกล้องวงจรปิดในขณะนี้

ทั้งนี้ ภายหลังจากสื่อมวลชนได้รวมตัวกัน เพื่อพิมพ์ข่าวดังกล่าว เจ๊ไฝได้ตะโกนขอบคุณที่มาทำข่าวพร้อมกับยกมือไหว้ ขอโทษสื่อมวลชนที่ต้องทำอาหารให้กับลูกค้าเป็นจำนวนมาก

ส่วนบรรยากาศของที่ร้านพบว่ามีลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมารอคิวเป็นจำนวนมากซึ่ง ขณะนี้มีคิวไปแล้วมากกว่า 200 คิว แม้ว่าจะในช่วงใกล้เวลา 17:00 น. แต่ยังคงมีลูกค้าเดินทางมาที่ร้านอย่างต่อเนื่อง ส่วนเจ๊ไฝและพนักงานภายในร้านก็ยังคงให้บริการตามปกติ

ด้านพันตำรวจเอก ทศพล อําไพพิพัฒน์กุล ผู้กำกับการ สน.สำราญราษฎร์ เปิดเผยว่า เบื้องต้น ได้ส่งชุดสืบสวนของสนมาสอบปากคำเจ๊ไฝ และพี่สาวของเจ๊ไฝ ซึ่งเป็นคนดูแลร้านแล้ว แต่ได้รับคำตอบว่าเจ้าตัวและคนในร้านยังไม่สะดวก จะให้ปากคำใดๆเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น เนื่องจากยังยุ่งกับการประกอบอาหารและการดูแลลูกค้าที่เข้ามาในร้านเป็นจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องเคลียร์ลูกค้าภายในร้านให้เสร็จก่อนจึงจะสามารถเข้าไปให้ปากคำได้ ซึ่งยังไม่ทราบว่าจะสะดวกเข้าไปให้ปากคำกี่โมง จึงทำให้คดีดังกล่าวยังไม่มีการแจ้งความร้องทุกข์ ไม่สามารถพิสูจน์ทราบตัวบุคคลตามที่เจ๊ไฝโพสต์ได้ เพราะยังไม่มีเวลาและลักษณะของคนร้ายที่ชัดเจน จึงต้องรอให้เจ๊ไฝเข้ามาให้ข้อมูลปากคำกับตำรวจก่อน

แต่จากการตรวจสอบในเบื้องต้น เชื่อว่า ผู้ก่อเหตุน่าจะเป็นบุคคลที่แอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และในการพูดคุยของชุดสืบสวนได้นำภาพของเจ้าหน้าที่ตำรวจของ สน.ให้ดูก็พบว่า ไม่มีบุคคลใดใน สน.ที่เป็นผู้ก่อเหตุ จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นบุคคลภายนอก ทั้งนี้หากเจ๊ไฝและทีมงานให้ข้อมูลอย่างครบถ้วนเชื่อว่าจะติดตามจับกุมคนร้ายได้ไม่ยาก