หนุ่มร้อง ! ถูกตำรวจขับรถหลวงชนยับ ผ่านมา 1 เดือนคดีไม่คืบ

View icon 77
วันที่ 19 เม.ย. 2567 | 16.41 น.
ข่าวเย็นประเด็นร้อน
แชร์
ข่าวเย็นประเด็นร้อน - หนุ่มร้อง ! ถูกตำรวจขับรถหลวงชนยับ ผ่านมา 1 เดือนคดีไม่คืบ ไม่มีใครรับผิดชอบ แถมพบพิรุธเพียบ ทั้งมีการโยนถุงปริศนาลงข้างทาง และตำรวจแอบสิ่งของปริศนาลักษณะคล้ายขวดไว้ในเสื้อหลังเกิดเหตุ

วันที่ 18 เม.ย. 67 คุณกฤษณพัทธ์ มีมงคล (ไกด์) ผู้เสียหาย และคุณศรัญญา คงสมบุตร (ต้า) แฟนของผู้เสียหาย ออกมาเล่าเรื่องราวผ่านรายการ "ถกไม่เถียง" ทางช่อง 7HD กด 35 ดำเนินรายการโดย ทิน โชคกมลกิจ ว่า วันที่ 15 มี.ค. 67 ตนกำลังขับรถกลับบ้านกับครอบครัว เวลา 03.00 น. พบว่ามีรถสิบล้อจอดอยู่ไหล่ทางฝั่งตรงข้าม แล้วมีรถตำรวจขับมาชนสิบล้อคันดังกล่าว แล้วกระเด็นมาชนรถของตนต่อ ทำให้ลูกเล็กของตนได้รับบาดเจ็บทุกวันนี้ยังไม่หายดี และรถของตนเสียหายอย่างหนัก

ตำรวจคู่กรณีพูดจาวกไปวนมาอ้างว่าหลับใน และคนขับสิบล้อมาบอกตนหลังจากนั้นว่าเห็นตำรวจโยนถุงปริศนาทิ้งข้างทาง แถมยังเห็นว่ามีสิ่งของบางอย่างคล้ายขวดอยู่ในเสื้อของตำรวจ ส่วนการตกลงค่าเสียหายไม่ได้คุยกับตำรวจคู่กรณีในที่เกิดเหตุ หลังจากนั้นอีกฝ่ายเข้ามาต่อรองกับตนให้เรื่องเงียบ จึงถามว่าจะรับผิดชอบอะไรบ้าง แต่ตำรวจคู่กรณีกลับบอกว่าไม่สามารถช่วยอะไรได้ ทำให้ตนไม่มีรถต้องไปเช่ารถไปใช้ทำงาน

ร้อยตำรวจเอก พลวัฒน์ กำทองดี ตำรวจคู่กรณี ชี้แจงว่าตนกำลังกลับจากเข้าเวร ระหว่างทางเห็นรถพ่วงจอดที่ไหล่ทาง แต่ไม่มีไฟสัญญาณ จึงเกิดอุบัติเหตุขึ้น เรื่องถุงปริศนายืนยันว่าไม่มีจริง ส่วนของปริศนาที่อยู่ในเสื้อคือพระเครื่องของตน ตนไม่ได้ตรวจแอลกอฮอล์เนื่องจากตำรวจคนอื่นรู้ว่าตนไม่ใช่คนกินเหล้าสูบบุหรี่ ส่วนเรื่องการรับผิดชอบ ตนกับประกันของรถพ่วงที่ประมาทร่วมจะช่วยกันรับผิดชอบ

คุณนิรันดร์ ผู้ร่วมก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เล่าว่า หลังจากได้รับเรื่องร้องเรียน พบข้อพิรุธติดใจหลายอย่าง แต่สิ่งสำคัญในตอนนี้คือความรับผิดชอบของประกันและคู่กรณี ที่ไม่ให้ความช่วยเหลือคุณไกด์ผู้เสียหาย ทำให้ต้องมาสำรองจ่ายเงินของตัวเองหลังเกิดเหตุ

ทนายสงกาญ์ อัจฉริยะทรัพย์ กรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม ให้ความเห็นด้านกฎหมายว่า อยากให้ ร้อยตำรวจเอก พลวัฒน์ ช่วยรีบดำเนินการช่วยเหลือคุณไกด์ผู้เสียหาย เนื่องจากคดีนี้ไม่มีความคืบหน้ามากว่า 1 เดือนแล้ว ฝากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานอย่างรวดเร็วและตรงไปตรงมา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง