แจ้งจับ หนุ่มอ้างสนิท สส. หลอกยืมเงินลงทุน เหยื่อกว่า 50 คน

แจ้งจับ หนุ่มอ้างสนิท สส. หลอกยืมเงินลงทุน เหยื่อกว่า 50 คน

View icon 573
วันที่ 10 มิ.ย. 2567 | 19.09 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
กลุ่มเน็ตไอดอลสาว เมืองอุบล แจ้งจับหนุ่มอ้างสนิท สส. หลอกยืมเงินลงทุนร้านอาหาร คลินิกความงาม สุดท้ายหนีหนี้ เปย์บาร์โฮสเมืองพัทยา เหยื่อกว่า 50 คน ขณะที่ทีมงาน สส. เข้าพบพนักงานสอบสวน ยันไม่สนิท-ไม่เอี่ยวหลอกลวง

วันนี้ (10 มิ.ย.67) กลุ่มเน็ตไอดอลสาว นำโดย น.ส.มีนา อายุ 22 ปี พร้อมผู้เสียหายจำนวนหนึ่ง เข้าพบ พ.ต.อ. คนองฤทธิ์ ดาราช ผู้กำกับการ สภ.เมืองอุบลราชธานี และ พ.ต.ท.ฉลอง อุคะ รองผู้กำกับการสอบสวน สภ.เมืองอุบลราชธานี เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับนายปอร์ (นามสมมุติ) อายุ 24 ปี ชาว จ.มุกดาหาร ในความผิดฉ้อโกงทรัพย์ โดยเหตุเกิดตั้งแต่ต้นเดือนม.ค.จนถึงปัจจุบัน

น.ส.มีนา เปิดเผยว่า นายปอร์ ชวนตนลงทุนทำธุรกิจร้านอาหารด้วยกัน ตนก็เห็นว่านายปอร์มีโพรไฟล์ดี ทำธุรกิจในจังหวัดอุบลราชธานีมานาน เป็นเจ้าของคลินิก และมีกิจการร้านอาหารในอุบลราชธานี ดูมีหน้ามีตา มีความน่าเชื่อถือ รู้จักคนใหญ่คนโต ในเฟซบุ๊กก็ถ่ายรูปกับคนใหญ่คนโตบ่อย ล่าสุดมีการอ้างในแช็ตว่าเป็นทีมงานของ สส.รายหนึ่งในพื้นที่ และมีการร่วมลงทุนกันด้วย 400,000 บาท ตนจึงเชื่อใจให้เงินไปร่วมลงทุน 30,000 บาท จากนั้นนายปอร์ก็หายไป

ด้าน น.ส.กชมน อายุ 23 ปี หนึ่งในผู้เสียหาย เล่าว่า ตนก็ถูกนายปอร์ติดต่อมาขอยืมเงินไปลงทุนลักษณะคล้ายกัน ตนก็ให้ยืมไป โดยไม่ได้คิดดอกเบี้ยแต่อย่างใด ต่อมานายปอร์นำเงินมาคืนบางส่วน จากนั้นก็หายไปติดต่อไม่ได้ จนมีผู้เสียหายรายอื่น ๆเอาเรื่องราวมาโพสต์ในโซเชียล จึงทราบว่านอกจากตนที่เป็นผู้เสียหายแล้ว ยังมีผู้เสียหายในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี และจังหวัดอื่น อาทิ จ.อำนาจเจริญ จ.มุดกาหาร จ.ขอนแก่น รวมแล้ว 50 คน จึงร่วมกันตั้งกลุ่มเพื่อเอาผิดผู้ต้องหารายนี้ ที่หลอกลวงเอาเงินไปมากกว่า 5 ล้านบาท ทั้งนี้ หลังจากที่นายปอร์ถูกตามทวงหนี้หนัก จึงได้หนีไปอยู่ที่พัทยา แต่ก็ยังใช้ชีวิตสวยหรู เที่ยวบาร์โฮสตามปกติ อ้างว่ากำลังทำงานหาเงิน แต่ก็ไม่นำเงินมาคืนผู้เสียหาย ขณะที่ในกลุ่มไลน์ผู้เสียหาย ได้นำแช็ตข้อความที่มีการติดต่อกับนายปอร์เรื่องการนำเงินมาคืนผู้เสียหาย ซึ่งตอนนี้มีรวมกันถึง 50 คน และเงินค่อนข้างจะเยอะ แต่นายปอร์บอกว่าเอาไปประจานเลย เพราะเงินไม่ถึงล้าน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับคำร้องทุกข์ไว้แล้ว และจะนัดผู้เสียหายทั้งหมดให้นำหลักฐานมาส่งให้พนักงานสอบสวนเพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งว่าจะเข้าข่ายข้อหาใดบ้าง ทั้งนี้ มีทีมงานของ สส.ท่านหนึ่งได้เข้ามาพบพนักงานสอบสวนแล้วแจ้งว่า นายปอร์ ผู้ต้องหารายนี้แอบอ้างเป็นคนสนิทของ สส.ในพื้นที่ ทั้งที่ความจริงไม่เคยมีความสนิทกับนายปอร์เป็นการส่วนตัว แค่ถูกเชิญให้ไปเป็นประธานเปิดคลินิกเสริมความงานตามคำร้องขอของคนรู้จักเท่านั้น ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการหลอกลวงหรือสนิทเป็นพิเศษแต่อย่างใด