แจ้งข้อหาหนัก ชายคลั่งจุดไฟเผา รพ.

View icon 199
วันที่ 1 ก.พ. 2568 | 16.07 น.
เจาะประเด็นข่าว 7HD
แชร์
เจาะประเด็นข่าว 7HD - ตำรวจแจ้ง 2 ข้อหาหนัก ชายคลั่งจุดไฟเผาโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเดชอุดม อ้างแค้นที่ถูกโกงซื้อขายที่ดินเมื่อ 6 ปีก่อน ขณะที่ สสจ.อุบลราชธานี ระบุไม่น่าจะเกิดเหตุลักษณะนี้ขึ้นในโรงพยาบาล

ย้อนไปดูเหตุการณ์นี้จากภาพวงจรปิดกันอีกครั้ง คนก่อเหตุคือ นายพิบูลย์ อายุ 40 ปี เดินขึ้นไปบนชั้น 3 โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี โดยในมือถือปืน และถุงบรรจุน้ำมัน 2 ขวด

ก่อนปาน้ำมันลงพื้นแล้วจุดไฟเผา ทำให้ไฟลุกไหม้ สร้างความแตกตื่นกันทั้งโรงพยาบาล ญาติต่างวิ่งไปอพยพผู้ป่วยหนีอย่างโกลาหล และถูกนายพิบูลย์ ยิงปืนขู่ 1 นัด สกัดไม่ให้เจ้าหน้าที่นำถังดับเพลิงมาฉีดน้ำ

เจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จึงควบคุมสถานการณ์ได้ ส่วนนายพิบูลย์ ได้ขับรถยนต์หลบหนี และไปเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ของชาวบ้าน เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 คน ก่อนที่จะทิ้งไว้ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 20 กิโลเมตร และตำรวจ สภ.เดชอุดม ตามจับตัวได้ โดยเป็นเจ้าหน้าที่ขนย้ายสัมภาระในสนามบินแห่งหนึ่ง

เบื้องต้นให้การว่า นั่งเครื่องบินมามาจากรุงเทพฯ และมาลงที่จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นบ้านเกิด แล้วเช่ารถยนต์วางแผนก่อเหตุ ยืนยันไม่เกี่ยวกับโรงพยาบาล แต่แรงจูงใจเพราะถูกโกงเรื่องซื้อขายที่ดิน 2-3 ล้านบาท เมื่อ 6 ปีก่อน จึงเก็บความแค้นสะสมมาเรื่อย ๆ แล้วก่อเหตุเพื่อระบายอารมณ์ เนื่องจากคนที่โกงตนเป็นชาวอำเภอเดชอุดม

ตอนนี้โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเดชอุดม ได้ปิดอาคารที่เกิดเหตุทั้ง 6 ชั้น เพื่อสำรวจความเสียหาย โดยได้ย้ายผู้ป่วยไปไว้ตามอาคารข้างเคียง ส่วนผู้ป่วยหนักที่อยู่ชั้นที่ 1 จำนวน 6 ราย ได้กระจายไปอยู่ที่โรงพยาบาลใกล้เคียงเป็นการชั่วคราว

นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุบลราชธานี บอกว่า เหตุการณ์ลักษณะนี้ไม่น่าจะเกิดขึ้นในโรงพยาบาล เพราะเป็นสถานที่ดูแลคนเจ็บป่วย แต่ยอมรับว่าดูแลลำบาก เนื่องจากโรงพยาบาลเป็นสถานที่เปิด มีคนเข้าออกต่อเนื่อง และไม่สามารถแยกแยะได้ว่าใครเข้ามาดี ใครเข้าไม่ดี ซึ่งหลังจากนี้จะเพิ่มมาตรการให้เข้มงวดมากขึ้น

ส่วนทางด้านคดี พนักงานสอบสวน สภ.เดชอุดม ได้สอบปากคำพยานในที่เกิตเหตุแล้ว 2-3 ปาก ซึ่งทุกคนให้การที่สอดคล้องกัน และยืนยันตรงกันว่าคนก่อเหตุคือนายพิบูลย์

เบื้องต้นตำรวจได้แจ้ง 2 ข้อหา ประกอบด้วย วางเพลิง รวมทั้งความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.อาวุธปืน และได้นำตัวส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดเดชอุดม แล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง