ปลอดประสพ ปลุกคนไทยสามัคคี สู้แนวรบ 8 ด้าน ตอบโต้กัมพูชาทางเศรษฐกิจ ด่านถาวร-ด่านชั่วคราว 7 แห่ง สำคัญมาก ฮุน เซ็น ต้องขอร้องให้ไทยเปิดโดยทันที แก้ไขตอบโต้ไม่ยาก ปิดเลย ปิดให้หมด และปิดเดี๋ยวนี้ ศัตรูของประเทศ คือระบบการปกครองของฮุนเซน ไม่ใช่ประเทศกัมพูชาหรือชาวเขมร
สถานการณ์ไทย-กัมพูชา วันนี้ (20 มิ.ย.68) ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกรัฐมนตรี ใช้พื้นที่เฟซบุ๊กส่วนตัวเรียกร้องความสามัคคีของคนไทย “ไทยรวมกำลังตั้งมั่น” ขอเตือนคนไทยทุกคนว่า ขณะนี้ศัตรูของประเทศเราคือระบบการปกครองของฮุนเซน (Hun Sen Regime) ไม่ใช่ประเทศกัมพูชาหรือชาวเขมรแต่อย่างใด
ดร.ปลอดประสพ ระบุด้วยว่า ส่วนตัวเห็นว่าขณะนี้ เรากำลังเผชิญแนวรบอยู่ 8 ด้าน ดังนี้
1.ด้านการทูต เราต้องใช้อาเซียนให้เกิดประโยชน์สูงสุดและต้องหาเพื่อนเพิ่มเติมในองค์กรสหประชาชาติและโลกอาหรับ
2. ด้านศาลโลก ไทยต้องสร้างความชอบธรรมในการปฏิเสธเขตอำนาจของ ICJ ต้องอธิบายไปว่า ปราสาททั้ง 3 หลังนั้นอยู่ในเขตแดนไทยมานับ 100 ปีโดยปราศจากปัญหาการยอมรับของชาวเขมรเอง การแก้ไขสามารถเจรจากันระหว่างสองประเทศได้เพราะเป็นวัฒนธรรมร่วมกัน
3. ด้านเขตแดน ไทยต้องยืนยันการแบ่งเขตตามสันปันน้ำของแนวเขาพนมดงรัก และย้ำการออกพระราชบัญญัติต่าง ๆ ของประเทศไทยตามแนวชายแดนมาตลอด 100 ปี โดยประเทศกัมพูชาไม่เคยปฏิเสธเลย สำหรับการปักปันในรายละเอียดนั้นสามารถทำได้โดยเทคนิคสมัยใหม่ภายใต้ MOU 43
4. ด้านเศรษฐกิจ ซึ่งขับเคลื่อนโดยด่านถาวรและด่านชั่วคราวจำนวน 7 แห่ง อันเป็นเส้นเลือดใหญ่ของกัมพูชาที่ใช้เลี้ยงประเทศของเขา ด่านเหล่านี้มีความสำคัญมาก ถึงกับสมเด็จฯฮุน เซ็น ต้องขอร้องให้ประเทศไทยเปิดโดยทันที การแก้ไขตอบโต้ไม่ยาก “ ปิดมันเลย ปิดให้หมด และปิดเดี๋ยวนี้“ แต่เพื่อมนุษยธรรมอาจยกเว้นนักเรียนและกลุ่มคนเจ็บป่วยเป็นราย ๆ ไป
5. การทหาร น่าจะเสริมกำลัง (Re-enforcement) ให้มากกว่าเดิม และอาจแถม (Deployed) อาวุธหนักและยิงไกลเข้าไปด้วย หากแหยมเข้ามาเมื่อไหร่ก็ปฏิบัติตามขั้นตอนโดยไม่ต้องรีรอ (Rule of Engagement)
6. ด้านสงครามจิตวิทยา พยายามปิดการสื่อสารที่ส่งมาปลุกปั่นฝ่ายเรา ตีโต้เปิดเผยความเลวร้ายของฝ่ายโน้น และคนไทยต้องหนักแน่นอย่าให้เขามาปั่นหัว
7. ด้านการเมือง การเมืองบ้านเราต้องมั่นคง พูดจาเป็นเสียงเดียวกัน รักษารัฐบาลให้เข้มแข็ง ไม่ให้มีการปฏิวัติโดยเด็ดขาด เพราะหากขณะนี้ประเทศไทยมีรัฐบาลทหารในเวทีโลก ประเทศไทยตายแน่นอน
8. กลุ่มเซาะกร่อนถาวรภายใน อันนี้ต้องขอให้ยับยั้งชั่งใจ ต้องเอาประเทศไว้ให้ได้ก่อน ถ้าคิดจะตีกันรอสักหน่อยก็ได้ แต่ไม่ใช่ตอนนี้
ดร.ปลอดประสพ ยังได้ฝากคำสุดท้าย เป็นเพลงที่เคยร้องเมื่อตอนที่เป็นเด็ก เป็นพระราชนิพนธ์ล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 “ไทยรวมกำลังตั้งมั่น จะสามารถป้องกันขันแข็ง ถึงแม้ว่าศัตรูผู้มีแรง มายุทธ์แย้งก็จะปลาตไป”