"ทรัมป์" ขู่จะเก็บภาษีเพิ่มเติม 10% กับประเทศใดก็ตามที่สนับสนุน "นโยบายต่อต้านสหรัฐอเมริกา" ของกลุ่ม "บริกส์" ซึ่งไทยเพิ่งเข้าร่วมเป็นประเทศหุ้นส่วน เมื่อต้นปีที่ผ่านมา
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ จะเก็บภาษีเพิ่มเติมอีก 10% กับประเทศใดก็ตามที่สนับสนุน "นโยบายต่อต้านสหรัฐอเมริกา" (Anti-American policies) ของกลุ่ม "บริกส์" (BRICS) โดยในแถลงการณ์เปิดการประชุม เมื่อบ่ายวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (6 ก.ค.) ที่นครรีโอเดจาเนโร ของบราซิล กลุ่ม "บริกส์" เตือนว่า การขึ้นภาษีศุลกากรเป็นการคุกคามการค้าโลก และยังคงเดินหน้าวิพากษ์วิจารณ์นโยบายภาษีศุลกากรของ "ทรัมป์" อย่างไม่เปิดเผย
และไม่กี่ชั่วโมงต่อมา "ทรัมป์" ก็ออกมาโพสต์เตือนผ่าน "ทรูธโซเชียล" ว่าเขาจะลงโทษประเทศใดก็ตามที่หาทางเข้าร่วมกับกลุ่ม "บริกส์" โดยระบุว่า "ประเทศใดก็ตามที่สนับสนุนนโยบายต่อต้านสหรัฐอเมริกาของกลุ่มบริกส์ จะถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มอีก 10% โดยไม่มีข้อยกเว้น ขอขอบคุณที่ให้ความสนใจในเรื่องนี้ !" อย่างไรก็ตาม "ทรัมป์" ไม่ได้ชี้แจ้งว่า "นโยบายต่อต้านสหรัฐอเมริกา" ที่เขากล่าวถึงหมายถึงอะไร
เดิมกลุ่ม "บริกส์" เป็นการรวมตัวของผู้นำโลกจาก บราซิล, รัสเซีย, อินเดีย และจีน จัดการประชุมครั้งแรกในปี 2552 ก่อนจะมีชาติต่าง ๆ เข้าร่วม ไม่ว่าจะในสถานะประเทศหุ้นส่วน หรือในฐานะชาติสมาชิก โดยประเทศไทยเคยเข้าร่วมกิจกรรมและการประชุมในกรอบ "บริกส์ พลัส" (BRICS Plus) มาตั้งแต่ปี 2560 ก่อนเข้าร่วมเป็นประเทศหุ้นส่วนของกลุ่มบริกส์ อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 1 มกราคม 2568
ขณะที่ "เหมา หนิง" (Mao Ning) โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน ออกมาแถลงท่าทีต่อต้านการใช้นโยบายภาษีศุลกากร เพื่อเป็นเครื่องมือในการบีบบังคับชาติอื่น หลัง "ทรัมป์" ขู่ขึ้นภาษีกลุ่ม "บริกส์" พร้อมชี้ว่า การกำหนดภาษีศุลกากรตามอำเภอใจไม่เป็นประโยชน์ต่อฝ่ายใดเลย
"เหมา หนิง" กล่าวว่า "เราเชื่อว่า BRICS เป็นพลังเชิงบวกในชุมชนระหว่างประเทศ ความร่วมมือนี้เปิดกว้างและครอบคลุม และไม่มุ่งเป้าไปที่ประเทศใดประเทศหนึ่งโดยเฉพาะ ในส่วนประเด็นภาษีศุลกากร จีนคัดค้านสงครามภาษีศุลกากรและสงครามการค้ามาโดยตลอด และต่อต้านการใช้ภาษีศุลกากรเป็นเครื่องมือในการบังคับและสร้างแรงกดดัน การกำหนดภาษีศุลกากรตามอำเภอใจไม่เป็นประโยชน์ต่อฝ่ายใดเลย"