สนามข่าว 7 สี - เมื่อวาน (30 พ.ย.) "นายกฯ อนุทิน" ลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เป็นครั้งที่ 5 นับตั้งแต่เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่
นายกฯ ขีดเส้น 14 วัน หาดใหญ่ต้องสะอาด จ.สงขลา
โดยนอกเหนือจากการลงพื้นที่ไปตัวเมืองหาดใหญ่ เพื่อสำรวจความเสียหายแล้ว ยังได้มีการประชุมเพื่อรวบรวมข้อมูล เพื่อนำข้อเสนอกลับไปหามาตรการเยียวยาที่เหมาะสม
โดย นายกฯ อนุทิน บอกว่า ตอนนี้เข้าสู่โหมดการฟื้นฟูและเยียวยา เร่งจ่ายระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้า หรือน้ำประปา เพื่อให้ชาวหาดใหญ่กลับเข้าบ้านเรือนให้ไวที่สุด ซึ่งได้บอกกับผู้นำท้องถิ่นว่า เป้าหมายคือ ภายใน 7 วัน ประชาชนต้องกลับเข้าบ้าน และ 14 วัน หาดใหญ่ต้องสะอาด
ส่วนการฟื้นฟูเยียวยานั้น นายกฯ อนุทิน บอกว่า ในเบื้องต้นมีหลายประการ ทั้งพักหนี้ พักดอกเบี้ย รวมถึงการให้กู้ยืมเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ ซึ่งอาจเป็นการยืมเงินแบบไม่มีดอกเบี้ย และผ่อนใช้ใน 1 ปี เพื่อนำไปซ่อมแซมทรัพย์สิน และฟื้นฟูชีวิตใหม่ 100,000 บาท
โดย นายกฯ อนุทิน ยอมรับ เงินเยียวยา 9,000 บาท ไม่เพียงพอแน่นอน ต่อให้เป็น 90,000 บาท ก็ไม่พอ แต่จำเป็นต้องทำตามกฎหมายก่อน ซึ่งหลักการคือ ทุกหลังคาเรือนต้องได้เงินเยียวยา และในกฎหมาย ปภ. มีงบซ่อมแซมบ้านเรือนไม่เกิน 49,500 บาทต่อครัวเรือน โดยต้องทำการสำรวจเพื่อมอบเงินเยียวยา แต่หลังจากนี้ กระทรวงการคลังจะเร่งทำโครงการเงินยืมให้ประชาชน เพื่อช่วยเหลือประชาชนเพิ่มเติม
บ่นอุบ ! ลงทะเบียนเยียวยาน้ำท่วมยุ่งยาก
มีประเด็นดรามาเกี่ยวกับการยื่นเอกสารเพื่อขอรับเงินเยียวยา 9,000 บาท ซึ่ง ปภ. กำหนดให้ลงทะเบียนออนไลน์ก่อน ที่เว็บไซต์ "flood68.disaster.go.th" จากนั้นต้องไปยื่นเอกสารที่เทศบาล หรือ อบต. ประกอบด้วยบัตรประชาชน และหลักฐานยืนยันที่พักอาศัย หรือสำเนาทะเบียนบ้าน หรือสัญญาเช่า
ปรากฏว่าในเวลาต่อมา ผู้ใช้ Facebook "เจษฎา ประทุมวรรณ" โพสต์ภาพนิ่ง ชาวบ้านยืนรอถ่ายเอกสาร พร้อมข้อความว่า "ชาวบ้านเดือดร้อนจะตายอยู่แล้ว จากภัยพิบัติน้ำท่วม นี่คือสิ่งที่รัฐบาลต้องการหรือ ? ต้องไปเข้าแถวถ่ายเอกสาร ไปปรินต์รูปบ้าน จะซ้ำเติมเขาไปถึงไหน ทั้ง ๆ ที่เวลาเลือกตั้ง ส่งเอกสารถูกทุกบ้านเลย"
นายกฯ สั่งลดขั้นตอนเยียวยาน้ำท่วม
ล่าสุด นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า นายกฯ อนุทิน สั่งการชัดเจนให้ทุกหน่วยงานลดขั้นตอนเอกสารให้มากที่สุด เพราะสถานการณ์น้ำท่วมครอบคลุมทั้งจังหวัด ไม่จำเป็นต้องถ่ายเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ซึ่งสร้างความลำบากในภาวะวิกฤต และการเยียวยาจะไม่ใช่เฉพาะเจ้าบ้านเท่านั้น แต่ครอบคลุมถึงผู้พักอาศัยที่เป็นผู้เช่า ห้องเช่า หรือผู้ที่อาศัยอยู่จริง โดยให้ใช้เพียงการยืนยันตัวตนเป็นหลัก
ส่วนภาพที่เห็นคนแห่ไปถ่ายเอกสารนั้น คาดว่าสาเหตุเกิดจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบางแห่ง ไม่ได้ปฏิบัติตามคำสั่งนายกฯ ถือเป็นเรื่องร้ายแรง เพราะทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบโดยตรง ซึ่งหากพบหน่วยงานใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง หรือสร้างภาระแก่ประชาชน จะต้องถูกดำเนินการตามความเหมาะสม
ลดขั้นตอนแบบใด ? เยียวยาน้ำท่วมยังวุ่น
อย่างไรก็ตาม แม้มีการกำชับให้ลดขั้นตอนไปแล้ว แต่ปรากฏว่ายังมีเสียงจากประชาชนที่ให้ข้อมูลว่า ยังต้องถ่ายเอกสารอีกเหมือนเดิม
ยกตัวอย่าง เช่น ผู้ใช้ Facebook ชื่อว่า "Beer Kitaya (คีตญา อินทรแก้ว)" โพสต์เล่าเรื่องของแม่ของเธอว่า "ข้อมูลทะเบียนบ้านของคนในเขตเทศบาล ก็มีอยู่แล้ว ทำไมต้องให้คนแก่ดิ้นรนไปถ่ายเอกสาร เพื่อแย่งกันลงทะเบียน ทำไมไม่ตั้งงบฯ ไปเลยว่าน้ำท่วมทั้งหมด แถมแม่ยังต้องไปรอเซ็นเอกสารให้คนเช่าบ้าน จนไม่ได้กินข้าว หิวข้าวจนตัวสั่น ดีนะที่ไม่เป็นอะไร"
จนท.อัดอั้น ชี้ขั้นตอนปฏิบัติเป็นอุปสรรค
เจ้าหน้าที่เทศบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดสงขลา ไลฟ์สดผ่าน Facebook ระบายความอัดอั้นตันใจในการทำงาน นานกว่า 1 ชั่วโมง 17 นาที
เจ้าหน้าที่คนนี้ บอกว่า 7 วันแล้ว ที่ต้องใช้ชีวิต 24 ชั่วโมงในเทศบาล และบ้านก็ถูกน้ำท่วม แถมไม่มีน้ำประปาใช้ 9 วัน อีกทั้งเมื่อวาน (30 พ.ย.) เป็นวันที่ 2 ที่เปิดให้ขอรับการเยียวยาน้ำท่วม 9,000 บาท
แต่ปัญหาที่พบ และทำให้เจ้าหน้าที่กลายเป็นหนังหน้าไฟ ถูกชาวบ้านด่า คือ หลักเกณฑ์เงื่อนไข และวิธีการจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยฯ ยังไม่ได้ถูกเปลี่ยนตามคำสั่งของรัฐบาล โดยเจ้าหน้าที่ยังต้องทำงานตามขั้นตอนที่ ปภ. กำหนดมาให้ตามระเบียบ ทั้งสำรวจข้อมูลรายละเอียดของผู้ประสบภัยพิบัติ, คีย์ข้อมูลรายชื่อหัวหน้าครอบครัวที่มีสิทธิ์รับเงิน, คีย์ข้อมูล ทั้งเลข 13 หลัก และข้อมูลอื่น ๆ ลงในแบบฟอร์มของ ปภ. กำหนด รวมถึงจัดทำประชาคมร่วมกันของหมู่บ้าน เพื่อให้ผู้บริหารท้องถิ่นลงนามรับรองผู้ประสบภัย
ก่อนส่งให้ระดับอำเภอ และระดับจังหวัดอนุมัติ ที่สำคัญต้องให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เก็บรักษาหลักฐานในการขอรับการช่วยเหลือจากผู้ประสบภัย เพื่อให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ตรวจสอบ
นอกจากนี้ ในเพจ Drama Addict โพสต์ข้อความจากเจ้าหน้าที่เทศบาลอีกคน ที่ออกมาโพสต์ระบายความอัดอั้น เพราะยังต้องทำงานอย่างหนัก ทั้ง ๆ ที่บ้านก็ถูกน้ำท่วม อีกทั้งเรื่องการช่วยชาวบ้านเยียวยานั้น เจ้าหน้าที่เทศบาลต้องมาลงทะเบียนผู้ที่ได้รับผลกระทบ คีย์ข้อมูลลงในระบบ และจัดทำประชาคมหมู่บ้าน เพื่อเป็นมติในที่ประชุม ตามหลักเกณฑ์ที่ข้างบนกำหนดมา ในขณะที่ "เบื้องบน" เอาแต่สั่งด้วยปากลงมาว่าต้องรวดเร็ว
ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้ คนหน้างานก็โดนด่าเละ เพราะ "ท่าน" สั่งแต่ปาก ไม่มีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนให้ แนะนำว่าหากต้องการช่วยชาวบ้านเร็ว ๆ ก็อนุมัติโอนเงินให้ทุกคนที่ประสบภัย จะได้ไม่ต้องมาทำตามขั้นตอนหนังสือสั่งการ