รวบชายตกงานรับจ้างเปิดบัญชี สุดท้ายกลายเป็นบัญชีม้าใช้ในการต้มตุ๋น หลอกเหยื่อสูญเงินกว่า 5 ล้านบาท

รวบชายตกงานรับจ้างเปิดบัญชี สุดท้ายกลายเป็นบัญชีม้าใช้ในการต้มตุ๋น หลอกเหยื่อสูญเงินกว่า 5 ล้านบาท

View icon 74
วันที่ 8 มี.ค. 2569 | 11.32 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
วันนี้ (8 มี.ค. 69) ​กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจน้ำ ร่วมกันจับกุม นายสมบัติ อายุ 47 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ 622/2565 ลงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2565 กระทำความผิดฐาน ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น และโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น

โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณบ้านใน ต.สามตุ่ม อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา

พฤติการณ์ นายพงษ์ศักดิ์ ให้การว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุ ได้เข้าไปใช้งานแอปพลิเคชันหนึ่ง พบว่าผู้ใช้บัญชีชื่อ Flynn อ้างว่าเป็นหญิงชาวจีน อาศัยอยู่ที่มาเลเซีย เพิ่มเพื่อนเข้ามาพูดคุยชักชวนลงทุนอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ

จากนั้น ก็ให้เข้าไปที่เว็บไซต์หนึ่ง เมื่อกดเข้าไปทางเว็บไซต์ดังกล่าวเพื่อแจ้งอัตราแลกเปลี่ยน และผู้กล่าวหาได้โอนเงินไปยังบัญชี ธนาคารชื่อบัญชี น.ส.มรกต และได้แจ้งให้กดเว็บไซต์ สั่งให้ กดซื้อขายและแจ้งผลกำไร 241 ดอลลาร์ และให้ผูกบัญชีที่ต้องการถอนเงิน

ผู้กล่าวหาจึงได้ผูกเข้ากับบัญชีธนาคารชื่อบัญชี นายพงษศักดิ์ ทดลองถอนเงิน จำนวน 300 เหรียญ เป็นเงิน จำนวน 9,858 บาท ซึ่งได้มีการโอนเงินเข้าบัญชีของผู้กล่าวหาจริง ทำให้ผู้กล่าวหาเกิดความเชื่อมั่น จึงมีการโอนเงินอีกหลายครั้ง ไปยังบัญชี ชื่อบัญชีนายสมบัติ จนยอดเงินสะสมอยู่ที่ 230,000 เหรียญ แต่ระบบไม่ให้ถอน และระบบแจ้งว่าให้ถอนได้ 3 ครั้ง ครั้งที่ 4 ต้องชำระ ภาษี 20 เปอร์เซ็นต์ ของเงินจำนวน 230,000 เหรียญ

ต่อมาในวันที่ (27 ก.ย. 64) ที่ผ่านมา ผู้กล่าวหา จึงได้โอนเงินค่า ภาษี จำนวน 499,663 บาท ไปยังบัญชี ชื่อบัญชี น.ส.วิจิตรา และในวันเดียวกันได้โอนไปอีกจำนวน 631,913 บาท

ต่อมาผู้ใช้บัญชีชื่อ Flynn ได้ออกอุบายชวนให้ซื้อขายต่อ จะได้ผลกำไรเพิ่ม 54,266 ดอลล่า และคิดภาษี 21.1 เปอร์เซ็นต์ ผู้กล่าวหาจึงได้โอนเงิน จำนวน 365,222 บาท ไปยังบัญชีธนาคารชื่อบัญชี น.ส.วิจิตรา แต่ถอนเงินไม่ได้ ระบบแจ้งว่า มีเหตุต้องสงสัยว่าเป็นเงินที่ผิดกฎหมาย จึงให้ยืนยันตัวตนและโอนเงินอีก จำนวน 366,195 บาท ผู้กล่าวหาจึงเชื่อ ว่าถูกหลอก ทำให้ได้รับความเสียหายรวมเป็นเงิน จำนวน 5,285,537 บาท จึงได้แจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีตามกฎหมาย กับพนักงานสอบสน สภ.ชัยพฤกษ์ จ.นนทบุรี

​ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ส.รน.1 กก.4 บก.รน.ได้รับคำสั่งให้สืบสวน ติดตามจับกุมตามหมายจับในเขตพื้นที่รับผิดชอบและได้รับแจ้งว่าตัว นายสมบัติ อายุ 47 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ 622/2565 ลงวันที่ 15 พฤศจิกายน 2565 กระทำความผิดฐาน ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น และโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น จึงได้ออกสืบการติดตามเรื่อยมา จึงร่วมกันวางแผนสืบสวนจับกุม

​เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมตามรายชื่อข้างต้น ได้ไปวางกำลังเฝ้าสังเกตการณ์บริเวณ หน้าบ้านในพื้นที่ ต.สามตุ่ม อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ในระยะที่ มองเห็นได้ชัดเจน

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ส.รน.1 กก.4 บก.รน. ได้วางกำลังโดยรอบ พบชายไทยมีลักษณะและตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับกำลังเดินออกมาบริเวณบ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจที่วางกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และแสดงหมายจับดังกล่าว

จากการสอบถามแล้วยอมรับว่าคือ นายสมบัติ ได้รับสารภาพว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริงและไม่เคยถูกจับกุมในคดีนี้มาก่อน จึงแจ้งนายสมบัติว่า จะต้องถูกจับกุม พร้อมกับแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับให้ทราบพร้อมแจ้งสิทธิตามกฎหมายดังกล่าวข้างต้นให้ทราบ

โดยนายสมบัติ ได้รับทราบข้อความและข้อกล่าวหา พร้อมทั้งเข้าใจสิทธิของตนเองโดยตลอดแล้ว จากนั้น จึงควบคุมตัวมายัง สถานีตำรวจน้ำ 1 กองกำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจน้ำเพื่อทำบันทึกจับกุมนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ชัยพฤกษ์เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อไป