อนุทิน ขออภัย ขอโทษ ประชาชน กับความปั่นป่วนที่เกิดขึ้นจากการบริหารราคาน้ำมัน

อนุทิน ขออภัย ขอโทษ ประชาชน กับความปั่นป่วนที่เกิดขึ้นจากการบริหารราคาน้ำมัน

View icon 91
วันที่ 28 มี.ค. 2569 | 11.31 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
"อนุทิน" ขออภัย ขอโทษ ประชาชน กับความปั่นป่วนที่เกิดขึ้นจากการบริหารราคาน้ำมัน ชี้ หลังหยุดตรึงราคาน้ำมัน เห็นผลชัดเจนลดการกักตุน ลดการลักลอบส่งออกน้ำมันไปประเทศเพื่อนบ้าน  ย้ำ ประเทศไทย ราคาน้ำมัน ยังถูกกว่าหลายประเทศในอาเซียน

28 มีนาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดงาน Meet the Press หัวข้อ “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทย ในโลกที่ไม่เหมือนเดิม” ที่ ทำเนียบรัฐบาล โดยเผยว่า วันนี้ชวยสื่อมาพูดคุย เพื่อเข้าใจเป้าหมายของรัฐบาลซึ่งได้มีทั้งตนเองและรัฐมนตรีที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารสถานการณ์วิกฤตการณ์น้ำมัน และสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง มาพบปะกับพี่น้องประชาชนและสื่อมวลชน และยังมีผู้บริหารของหน่วยงานราชการรัฐวิสาหกิจ ที่พร้อมจะให้คำชี้แจง เพื่อให้เกิดความกระจ่างชัดและคลายความสงสัยให้กับประชาชน

สำหรับสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางวันนี้ครบ 1 เดือน ทุกประเทศในโลกประสบปัญหาความมั่นคงทางพลังงานอย่างเท่าเทียมกันแทบทุกประเทศ ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นทั่วโลก หลายประเทศมีสถานการณ์ขาดแคลนน้ำมัน และทุกประเทศออกมาตรการต่างๆ เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนในประเทศเหล่านั้น ได้ช่วยกันร่วมกันประหยัดพลังงาน จนถึงตอนนี้ถือว่าสถานการณ์ยังมีความทรงตัวอยู่ มีความพยายามริเริ่มการเจรจาระหว่างประเทศคู่ขัดแย้ง แต่ยังไม่มีสัญญาณที่เป็นบวกอย่างชัดเจนใด ๆ ดังนั้ นหมายความว่า ทั้งโลกยังคงต้องปรับตัวรับมือวิกฤตการณ์ครั้งนี้ พี่น้องประชาชนได้รับการขอร่วมมือปรับวิถีชีวิต พร้อมกับการที่เราจะต้องมีความพร้อมในการรับกับสถานการณ์ที่อาจจะยืดเยื้อยาวนาน และรัฐบาลก็จะมีการปรับแนวทางการบริหารตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละวัน

ช่วงเวลาที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งครึ่งเดือนแรกของเดือนมีนาคม ตนเองขออภัย ขอโทษพี่น้องประชาชนต่อความปั่นป่วนที่เกิดขึ้นจากการบริหารราคาน้ำมัน รัฐบาลตัดสินใจใน 15 วันแรกที่จะพยุงราคาน้ำมันไว้ เพื่อไม่ให้เกิดความเดือดร้อนกับพี่น้องประชาชน เพื่อให้ประชาชนได้มีการปรับตัว ช่วงแรกที่เกิดเหตุการณ์จากการติดตามข่าว เราคิดว่าการสู้รบเช่นนี้ เป็นการสู้รบที่ไม่ลากยาว แต่ว่าวันนี้สถานการณ์เปลี่ยนไป ดูแล้วน่าจะไม่จบเร็ว รัฐบาลก็จะต้องมีการปรับตัวอยู่ตลอดเวลา ปรับมาตรการให้เหมาะสม หรือการประคับประคองผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเปราะบาง กลุ่มที่มีรายได้น้อย กลุ่มเกษตรกร กลุ่มผู้ประกอบการที่ใช้น้ำมันขนส่ง ประมง อุตสาหกรรม เพื่อที่จะทำให้การดูแลค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ตลอดจนค่าครองชีพให้ดีที่สุดเท่าที่รัฐบาลจะทำได้

ส่วนของแนวทางการรับมือรัฐบาลขณะนี้ ได้มีการตั้ง ศบก.ที่อัปเดตมาตรการต่าง ๆ และข่าวสารทุกวัน ให้ความสำคัญกับ 4 ส่วนหลัก ๆ คือ ด้านการต่างประเทศ ด้านความมั่นคงทางพลังงาน การควบคุมราคาสินค้า และมาตรการการลดผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน ในภาคส่วนต่าง ๆ ทุกฝ่ายได้ทุ่มเทความพยายามอย่างสุดความสามารถ อย่างเช่น กระทรวงต่างประเทศ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ผู้บริหารของกระทรวงต่างประเทศ ที่เกี่ยวข้องเร่งการเจรจากับทุกประเทศ ที่จะทำให้การขนขนส่งสินค้า การเดินเรือการสัญจร ระบบคมนาคมให้ประเทศไทยได้รับผลกระทบที่น้อยที่สุด ล่าสุด กระทรวงการต่างประเทศ ใช้เวลาใช้ความพยายามจำนวนมากในการเจรจากับประเทศอิหร่าน  และในที่สุดก็สามารถทำให้ทางประเทศอิหร่านอนุญาตให้เรือขนส่งน้ำมันของไทย สามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย ซึ่งความสำเร็จของงานเจรจาครั้งนี้ จะทำให้ความกังวลเรื่องจะมีน้ำมันดิบ หรือจะมีสินค้าต่าง ๆ ที่จะต้องใช้ภูมิภาคนั้นในการเดินเรือมาถึงประเทศไทย จะมีปัญหาหรือไม่ เมื่อได้เจรจาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เราสามารถสร้างความมั่นใจได้มากขึ้นว่าระบบการขนส่งก็จะไม่มีปัญหาอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อตอนต้นเดือน ส่วนเรื่องของสถานการณ์น้ำมัน ขณะนี้ ก็ถือว่าสถานการณ์ที่เรียกว่า น้ำมันช็อต หรือ ขาดแคลนน้ำมันหน้าปั๊มในบางพื้นที่ก็เริ่มคลี่คลายบ้างแล้ว ด้วยการปฏิบัติหลาย ๆ อย่างที่ทาง ศบก.ได้ดำเนินการไป

รัฐพยายามที่จะขยายคอขวดที่ทำให้เกิดการช็อตของน้ำมัน ถึงแม้ว่าเรายังสามารถผลิตได้เท่าเดิมอยู่ กลั่นน้ำมันได้เท่าเดิม นำเข้าน้ำมันได้อยู่อย่างต่อเนื่อง มีสำรองน้ำมันเพิ่มจำนวนวันมากขึ้น แต่ไม่ได้ประมาทในประเทศ เราได้แก้ไขสถานการณ์ โดยการเพิ่มรอบเพิ่มเวลาการขนส่ง แม้กระทั่งเงินอัดฉีดน้ำมันสำรองเข้าไปในระบบ เพื่อให้รองรับความต้องการในประเทศพี่น้องประชาชน ที่ยังอาจอยู่ในภาวะตื่นตระหนก ต้องการสำรอง หรือ ตุน  ตนเองไม่ได้บอกว่า "กักตุน" แต่ใช้คำว่าตุน ซึ่งเป็นสิทธิ์ของพี่น้องประชาชนที่จะสร้างความมั่นใจให้กับตัวเองได้ จึงทำให้ปริมาณความต้องการของน้ำมันในแต่ละวันเพิ่มขึ้น

ในขณะเดียวกัน มีการปราบปรามผู้ที่ทำผิดกฎหมาย ใครกักตุนสินค้า น้ำมัน เจ้าหน้าที่เข้าดำเนินคดี และล่าสุด คือ การหยุดตรึงราคา ซึ่งมีผลชัดเจนที่ทำให้เกิดการลดการกักตุน ลดความพยายามที่ลักลอบซื้อน้ำมันหรือส่งน้ำมันเถื่อนเข้ามาขายทำกำไร และลดภาระกองทุนน้ำมันที่ติดลบ คำว่า "หยุดตรึงราคา" ต้องขอทำความเข้าใจ ยังไม่เท่ากับการลอยตัว เหมือนในหลาย ๆ ประเทศ ประเทศไทย โดยรัฐบาลไทย ยังคงใช้กองทุนน้ำมันหนุนอยู่ แต่ในอัตราส่วนที่น้อยลงจากที่เคยอุดหนุนไปถึงลิตรละ 20 บาท น้ำมันดีเซลที่ประชาชนได้ใช้ทั่วประเทศ ทุกลิตรรัฐเคยอุดหนุนถึงลิตรละ 24 บาท แต่เมื่อมีการหยุดตรึงราคาแล้ว ก็ให้ลอยตัวไปตามกลไกของตลาดโลกบ้าง สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ เมื่อราคาใกล้เคียงกับประเทศเพื่อนบ้าน ความพยายามของคนที่จะฉวยโอกาสลักลอบน้ำมันออกไปขายนอกประเทศ ก็จะไม่คุ้มค่า เขาก็จะไม่ทำ ก็ทำให้น้ำมันเหล่านี้สามารถใช้ได้อยู่ในประเทศไทย และมีราคาที่เหมาะสม รัฐก็สามารถลดอัตราการอุดหนุนจากลิตรละ 24 บาท เป็น 16 บาท ซึ่งก็ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายประหยัดงบประมาณในการอุดหนุนราคาน้ำมัน ซึ่งการใช้น้ำมันเฉลี่ย ณ วันนี้ 82 ล้านลิตรทั้งที่ในสภาวะปกติ ก่อนถึงวันที่ 1 มีนาคม ที่ผ่านมาก่อนมีสงคราม ในประเทศไทยใช้น้ำมันเพียง 67ล้านลิตรต่อวัน

"ราคาน้ำมันหน้าปั๊มของไทยทุกวันนี้ ก็ยังต่ำกว่าราคาน้ำมันในประเทศเพื่อนบ้านทุกประเทศมาก มาเลเซียแพงกว่าเรา เวียดนามแพงกว่าเรา ลาวแพงกว่าเรา แน่นอนเพราะเขาซื้อน้ำมันจากประเทศเรา เขาขอความร่วมมือโดยมิตรภาพที่ดี เราก็ใช้น้ำมันที่นอกเหนือจากความต้องการของประเทศไทย ส่งไปขายให้เขา กัมพูชาก็แพงกว่าเรา ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ซึ่งเป็นประเทศในอาเซียน ราคาน้ำมันของประเทศไทย แม้กระทั่งเป็นราคาปัจจุบันนี้ก็ยังต่ำกว่าประเทศเหล่านี้ทั้งหมด ในภูมิภาคนี้เราสูงกว่าสองประเทศเท่านั้น ก็คือ อินโดนีเซีย และบรูไน ซึ่งทั้งสองประเทศนี้เป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมันที่มีแหล่งน้ำมันเป็นของตัวเอง"

การประชุม ครม.นัดพิเศษ ได้เห็นชอบ ให้กระทรวงการคลัง ดำเนินการปรับลดภาษีสรรพสามิต เพิ่มสวัสดิการต่าง ๆ การชดเชยราคาน้ำมัน กับภาคการขนส่งการช่วยเหลือเรื่องปุ๋ยแก่เกษตรกร การช่วยเหลือด้านพลังงานกับภาคการประมง หรือ แม้กระทั่งการจัดวงเงินสินเชื่อมาให้กับผู้ประกอบการ SME สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ทันทีเมื่อมีรัฐบาลใหม่