ไทย-สหรัฐฯ ยกระดับความร่วมมือ ปราบแก๊งคอลเซนเตอร์ข้ามชาติ จับตาเป็นพิเศษแก๊งโอเสม็ด เครือข่ายสแกมเมอร์ ใหญ่สุด ในฐานมีห้องผ่าตัด ห้องเอกซเรย์ ห้องคลอด อาจเชื่อมโยงขบวนการค้าอวัยวะ
วันนี้ (8 พ.ค.69) พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศตคม.ตร.) พร้อมด้วยตัวแทนจากกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงแรงงาน ร่วมแถลงผลการหารือความร่วมมือกับสหรัฐอเมริกา เพื่อยกระดับการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและการค้ามนุษย์
พล.ต.อ.ธัชชัย เปิดเผยว่า ปัจจุบันแก๊งคอลเซ็นเตอร์มีฐานปฏิบัติการหลักอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ เมียนมา กัมพูชา และ สปป.ลาว ซึ่งหลอกลวงเหยื่อไปมากกว่า 40 ประเทศทั่วโลก สำหรับในประเทศไทยยืนยันว่าไม่มีฐานสแกมเมอร์ขนาดใหญ่ มีเพียงกลุ่มย่อยที่ลักลอบเข้ามาเปิดชั่วคราวเท่านั้น
สหรัฐฯ แสดงความชื่นชมการจัดตั้งศูนย์ War Room IAC ของไทย และเตรียมนำรูปแบบนี้ไปปรับใช้ในสหรัฐฯ เพื่อติดตามเงินคืนให้ผู้เสียหาย รวมถึงเสนอให้ประเทศสมาชิก UN จัดตั้งศูนย์ในลักษณะเดียวกันเพื่อเป็นกำแพงป้องกันแก๊งคอลเซนเตอร์ นอกจากนี้ ไทยยังได้ส่งข้อมูลสำคัญให้ FBI จนนำไปสู่การจัดการเครือข่ายระดับสากลได้มากขึ้น
ข้อมูลที่น่าตกใจคือการมีอยู่ของ แก๊งโอเสม็ด ซึ่งเป็นเครือข่ายสแกมเมอร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกขณะนี้ โดยพบว่าภายในฐานปฏิบัติการมีอุปกรณ์การแพทย์ครบวงจร ทั้งห้องผ่าตัด ห้องเอกซเรย์ และห้องทำคลอด ซึ่งสหรัฐฯ ให้ความสนใจเป็นพิเศษเพราะอาจเชื่อมโยงกับขบวนการค้าอวัยวะมนุษย์ การทลายเครือข่ายนี้จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากนานาชาติ
ในเดือนมิถุนายนนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตรียมเปิดตัวระบบ SHIELD เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกับ 18 ประเทศภาคี และ 3 หน่วยงานหลักอย่าง FBI และ INTERPOL ระบบนี้จะช่วยให้เห็นเส้นทางการเงินที่ไหลออกจากไทยแบบเรียลไทม์ เพื่อประสานการสกัดกั้น อายัดเงิน และจับกุมเครือข่ายม้ากดเงินในต่างประเทศได้ทันท่วงที
นางหัทยา คูสกุล อธิบดีกรมอเมริกาและแปซิฟิกใต้ กระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่า ไทยกำลังผลักดันการถอนชื่อสินค้าไทยออกจากรายการสินค้าเฝ้าระวังที่ใช้แรงงานเด็ก และชี้แจงให้สหรัฐฯ เห็นถึงความคืบหน้าของกฎหมายและหน่วยงานใหม่ ๆ ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อปราบปรามการค้ามนุษย์ออนไลน์ เป้าหมายสำคัญคือการขยับอันดับจาก Tier 2 ขึ้นสู่ Tier 1 ในรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ (TIP Report) ซึ่งสหรัฐฯ เคยสงสัยเรื่องสถิติการจับกุมที่ลดลง แต่ไทยได้ชี้แจงว่าเกิดจากการคุมเข้มมาตรการป้องกันที่ได้ผลมากขึ้น ทำให้การกระทำผิดลดลงตามไปด้วย
พล.ต.อ.ธัชชัย ยอมรับว่าการปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์คอลเซนเตอร์ในกัมพูชายังคงเป็นปัญหาต่อเนื่อง แม้จะมีภาพการปราบปรามกลุ่มแก๊งต่าง ๆ ในประเทศกัมพูชาแต่มองว่าเป็นการแสดง เพราะการเคลื่อนย้ายของแก๊งคอลเซนเตอร์ในกัมพูชายังคงดำเนินอยู่ โดยคนไทยยังคงถูกหลอกไปทำงานและมีการคัดแยกตัวตลอดเวลาเมื่อเดินทางกลับเข้ามา ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังคงมีการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลจากการข่าว ว่ายังมีคนไทยทำงานให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ในกัมพูชาอยู่ เห็นได้จากการคัดแยกตัวคนไทยที่เดินทางกลับเข้ามาตลอด โดยเดินทางลักลอบออกไปทำงานเป็นแก๊งคอลเซนเตอร์ แก๊งคอลเซนเตอร์ในกัมพูชายังคงมีการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง แนวชายแดนอาจลดลง แต่พบการเคลื่อนย้ายเข้าไปอยู่ในแถว 2 แถว 3 ของพื้นที่ประเทศกัมพูชามากขึ้น มีการเปลี่ยนแปลงในลักษณะเชิงกายภาพ
ยอมรับว่าการได้รับตัวคนไทยกลับมาเมื่อครั้งที่ผ่านมาไม่ได้รับความร่วมมือใด ๆ จากกัมพูชาในเรื่องที่เกี่ยวกับข้อมูลของคนไทยทั้งหมด โดยได้รับเหตุผลว่าไม่เกี่ยวข้องกับประเทศกัมพูชาและมีข้อกฎหมายต่าง ๆ เป็นข้อจำกัด จึงเตรียมตั้งศูนย์รับตัวชาวต่างชาติและคนไทยที่เดินทางกลับมาว่ามีทางเกี่ยวข้องกับคดีการค้ามนุษย์หรือไม่ หากพบว่ามีจะดูว่าประเทศต้นทางในการทำงานอยู่ที่ใดเพื่อใช้เรื่องเกี่ยวกับกฎหมายการค้ามนุษย์ไปกดดันทางการของกัมพูชาให้ดำเนินการให้ข้อมูลต่างๆที่เกี่ยวข้อง