องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศยุติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลา สายพันธุ์บุนดิบูเกียว ในประเทศยูกันดา แต่ที่ประเทศดีอาร์คองโก ยังคงระบาดหนักมีผู้เสียชีวิตกว่า 2,700 คน และผู้ติดเชื้อกว่า 5,600 คน
วันนี้ (28 ส.ค. 69) องค์การอนามัยโลก (WHO) เปิดเผยในการแถลงข่าวเมื่อวันพุธ (26 ส.ค. 69) ว่า การระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลา สายพันธุ์บุนดิบูเกียว ในประเทศยูกันดา ได้ยุติลงแล้ว แต่สถานการณ์ในประเทศเพื่อนบ้านอย่างสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก หรือดีอาร์คองโก ยังไม่สามารถควบคุมได้
โดยการประกาศยุติการระบาดของอีโบลาในยูกันดา มีขึ้นหลังจากที่รัฐบาลยูกันดาได้ประกาศเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่าประเทศปลอดจากโรคอีโบลา ซึ่งรวมแล้วตลอดเวลาการระบาดมีผู้ติดเชื้อ 20 คน และมีผู้เสียชีวิต 2 คน ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลกได้เฝ้าติดตามสถานการณ์มาโดยตลอดจนถึงสัปดาห์นี้ เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีการตกหล่นของห่วงโซ่การแพร่เชื้อใด ๆ
ทาง ดร.มารี โรเซลีน เบลิแซร์ ผู้อำนวยการฝ่ายเตรียมความพร้อมฉุกเฉินประจำภูมิภาคแอฟริกาขององค์การอนามัยโลก กล่าวในการประชุมระดับภูมิภาคขององค์การอนามัยโลกว่า จำนวนผู้ติดเชื้อในดีอาร์คองโกยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีความคืบหน้าบ้างแล้วก็ตาม การระบาดที่นั่นเป็นการระบาดที่ร้ายแรงที่สุดเป็นอันดับ 2 ในประวัติศาสตร์ และกำลังแซงหน้าการควบคุม โดยข้อมูลของรัฐบาลดีอาร์คองโก เมื่อวันอังคาร (25 ส.ค. 69) รายงานว่า มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 2,700 คน และผู้ติดเชื้อมากกว่า 5,600 คน
นอกจากนี้ ดร.มารี เผยว่า การแพร่ระบาดยังคงรุนแรงมาก ขณะนี้เราสามารถชะลอการระบาดได้แล้ว แต่ยังไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ ตอนนี้มีการปรับปรุงในด้านการติดตามผู้สัมผัสและการตรวจหาเชื้อ และการวิเคราะห์เชื้อไวรัสอีโบลา สายพันธุ์บุนดิบูเกียว ก็ไม่พบสัญญาณของการกลายพันธุ์แม้ว่าจะแพร่กระจายอย่างรวดเร็วก็ตาม ซึ่งนี่เป็นข่าวดี และหากปราศจากเงินทุนในทันทีนี้ สำหรับการดำเนินงานด้านโลจิสติกส์เพื่อจัดส่งอุปกรณ์ทางการแพทย์และอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดในดีอาร์คองโก เราอาจเสี่ยงที่จะทำให้ความได้เปรียบที่เราสร้างมานั้นหยุดชะงัก
ขณะนี้ดีอาร์คองโกเริ่มโครงการฉีดวัคซีนป้องกันโรคอีโบลา ในเมืองคิซางกานี โดยเริ่มจากบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้า ในขณะที่ทางการพยายามควบคุมการระบาดของโรคอีโบลาครั้งใหญ่และรุนแรงที่สุดเท่าที่เคยมีมาในประเทศ
ทาง นายอาร์โนด์ บาตุมบู บุคลากรทางการแพทย์ผู้ได้รับวัคซีน กล่าวว่า มั่นใจในวัคซีนชนิดนี้เนื่องจากเคยใช้ได้ผลดีในการรับมือกับเชื้ออีโบลา สายพันธุ์ซาอีร์ (Zaire) มาก่อน นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้มีการจัดหาวัคซีนเพิ่มเติม โดยระบุว่าจำนวนประชากรในจังหวัดโชโป มีมากกว่า 3 ล้านคนนั้น มีจำนวนมากกว่าปริมาณวัคซีนที่มีอยู่เบื้องต้นมาก
ขณะที่ นายซามูเอล โรเจอร์ คัมบา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของดีอาร์คองโก กล่าวว่า ดีอาร์คองโกได้รับวัคซีนมาแล้วกว่า 50,000 โดส และจะขยายการฉีดวัคซีนไปยังจังหวัดที่อยู่รอบ ๆ จ.อิตูรี โดยจะดำเนินการในลักษณะวงแหวนขยับเข้าหาศูนย์กลางการระบาด ซึ่งมีวัคซีนเพียงพอสำหรับบุคลากรทางการแพทย์ทุกคน ขอเตือนว่าการติดเชื้อยังคงสามารถเกิดขึ้นได้แม้ในกลุ่มผู้ที่ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคแล้วก็ตาม