สหรัฐอเมริกาทำลายอาวุธเคมีทั้งหมดที่มีในครอบครองแล้ว ตามอนุสัญญาว่าด้วยอาวุธเคมี

สหรัฐอเมริกาทำลายอาวุธเคมีทั้งหมดที่มีในครอบครองแล้ว ตามอนุสัญญาว่าด้วยอาวุธเคมี

View icon 208
วันที่ 9 ก.ค. 2566 | 14.44 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ผู้นำสหรัฐอเมริกา เผย สหรัฐฯ ทำลายอาวุธเคมีทั้งหมดที่มีในครอบครองแล้ว ตามอนุสัญญาว่าด้วยอาวุธเคมี ทำให้เข้าใกล้โลกที่ปราศจากความน่าหวาดกลัวของอาวุธเคมีอีก 1 ก้าว

วันนี้ (9 ก.ค. 66) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดี โจ ไบเดน แห่งสหรัฐอเมริกา เผยว่า เขาภาคภูมิใจที่จะประกาศว่าสหรัฐฯ ได้ทำลายอาวุธยุทโธปกรณ์ล็อตสุดท้ายในคลังเก็บอาวุธแล้วอย่างปลอดภัย ทำให้เราขยับเข้าใกล้โลกที่ปราศจากความน่าหวาดกลัวของอาวุธเคมีเข้าไปอีกก้าวหนึ่ง

ด้านองค์การห้ามอาวุธเคมี (OPCW) ระบุว่า เหตุการณ์นี้นับเป็นความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ของการลดจำนวนอาวุธในประชาคมระหว่างประเทศ พร้อมทั้งมีรายงานยืนยันว่า อาวุธเคมีเหล่านี้ถูกทำลายอย่างถาวรแล้วในสหรัฐฯ

โดยจากข้อมูลของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ ระบุว่า นับจนถึงปี 2511 สหรัฐฯ มีคลังอาวุธเคมีในครอบครองมากเกือบ 40,000 ตัน ซึ่งมีทั้งก๊าซมัสตาร์ด (Mustard Gas) ที่ทำให้เกิดอาการพุพอง รวมถึงสารซาริน (Sarin) และสารวีเอ็กซ์ (VX) ซึ่งเป็นอาวุธเคมีที่ทำลายประสาท (Nerve Agent)

ก่อนหน้านี้ เมื่อปี 2540 วุฒิสภาสหรัฐฯ ให้สัตยาบันตามอนุสัญญาว่าด้วยอาวุธเคมี (Chemical Weapons Convention) ที่ตกลงกันว่าจะห้ามผลิต ห้ามสะสม และห้ามใช้อาวุธเคมีระหว่างกัน ซึ่งกำหนดให้ต้องมีการทำลายคลังอาวุธเคมีให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 30 กันยายน 2566 และจากข้อมูลสหประชาชาติระบุว่า ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 มีผู้เสียชีวิตจากอาวุธเคมีเกือบ 100,000 คน และนับจากนั้นมา มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากอาวุธเคมีมากกว่า 1 ล้านคนทั่วโลก