ศาลรัฐธรรมนูญ รับคำร้องสอบ “เศรษฐา” แต่งตั้ง “พิชิต” แต่ไม่สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่

ศาลรัฐธรรมนูญ รับคำร้องสอบ “เศรษฐา” แต่งตั้ง “พิชิต” แต่ไม่สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่

View icon 150
วันที่ 23 พ.ค. 2567 | 12.49 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ศาลรัฐธรรมนูญ รับคำร้อง 40 สว. เฉพาะกรณี “เศรษฐา”  เสียงก้ำกึ่ง 5 ต่อ 4 ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ส่วน “พิชิต” ลาออกแล้วรอดตัว

วันนี้ (23พ.ค.67) ศาลรัฐธรรมนูญ ประชุมพิจารณาคดีที่ประธานวุฒิสภาส่งคำร้องขอให้วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170
วรรค 3  ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี (ผู้ถูกร้องที่ 1 ) และ นายพิชิต ชื่นบาน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (ผู้ถูกร้องที่ 2 ) สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรค 1  (4) ประกอบมาตรา 160  (4) และ (5) หรือไม่  กรณีทั้ง ๆ ที่รู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่า ผู้ถูกร้องที่ 2 ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ เนื่องจากเคยถูกศาลฎีกามีคำสั่งจำคุกเป็นเวลาหกเดือน ในความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล เป็นบุคคลที่กระทำการอันไม่ซื่อสัตย์สุจริต และมีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงตามรัฐธรรมนูญ

ผลการพิจารณา ศาลรัฐธรรมนูญ  มีมติเสียงข้างมาก (6 ต่อ 3) โดยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างน้อย ประกอบด้วย นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ นายอุดม รัฐอมฤต และนายสุเมธ รอยกุลเจริญ มีคำสั่งรับคำร้องผู้ถูกร้องที่ 1 ไว้พิจารณา และ ให้ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้อง 

สำหรับกรณีของผู้ถูกร้องที่ 2 ได้มีคำร้องลงวันที่ 23 พ.ค.67 แจ้งว่า ได้ลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
แล้ว ตั้งแต่วันที่ 21 พ.ค. 67  ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า เมื่อความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญแล้ว จึงไม่มีเหตุที่จะต้องวินิจฉัยคดีต่อ ศาลรัฐธรรมนูญ จึงมีมติเสียงข้างมาก 8 ต่อ 1 โดยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างน้อย ประกอบด้วย นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม มีคำสั่งไม่รับคำร้องเฉพาะส่วนของผู้ถูกร้องที่ 2 ไว้พิจารณาวินิจฉัย

ส่วนกรณีที่ขอให้ผู้ถูกร้องที่ 1 หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีจนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยนั้น ศาลรัฐธรรมนูญ  มติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 4 โดยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างน้อย ประกอบด้วย นายปัญญา อุดชาชน นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม นายวิรุฬห์ แสงเทียน และ นายจิรนิติ หะวานนท์ จึงไม่สั่งให้ผู้ถูกร้องที่ 1 หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส่งผลให้นายเศรษฐา ทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีได้ต่อไป

ขณะที่ นายกรัฐมนตรี ซึ่งขณะนี้ปฏิบัติภารกิจอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น ได้รับทราบมติของศาลรัฐธรรมนูญแล้ว