สาวร้องถูกพระสงฆ์เจ้าสำนักชื่อดังอ้างจะสิ้นอายุขับต้องมาทำสมสู่กับตนเอง

สาวร้องถูกพระสงฆ์เจ้าสำนักชื่อดังอ้างจะสิ้นอายุขับต้องมาทำสมสู่กับตนเอง

View icon 389
วันที่ 11 มิ.ย. 2567 | 13.45 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
สาวร้อง ถูกพระสงฆ์ อ้างตนเป็นเจ้าสำนักชื่อดัง อ้างจะสิ้นอายุขัย จึงต้องให้ลูกศิษย์สาว และแฟนหนุ่ม มาทำการต่ออายุขัยให้ ด้วยการสมสู่กับพระสงฆ์แบบหมู่ ตนเองต่อหน้าลูกศิษย์ และสามี

11 มิถุนายน 2567 สาวร้องสายไหมต้องรอด ถูกพระสงฆ์ อ้างตนเป็นเจ้าสำนักชื่อดัง อ้างจะสิ้นอายุขัย จึงต้องให้ลูกศิษย์สาว และแฟนหนุ่ม มาทำการต่ออายุขัยให้ ด้วยการสมสู่กับพระสงฆ์แบบหมู่ ตนเองต่อหน้าลูกศิษย์ และสามี

โดยหญิงคนนี้เล่าว่า ตนได้เดินทางไปปฏิบัติธรรมกับสามีที่สำนักสงฆ์แห่งหนึ่งใน จ.เพชรบูรณ์ ตั้งแต่ 10 กว่าปีก่อน เมื่อไปถึงก็ได้เจอพระชื่อดังรูปหนึ่ง อายุประมาณ 40 กว่า ที่เป็นเจ้าสำนัก พระรูปนี้ได้ใช้กลอุบายทักกับตนว่า ตนเองมีดวงผูกชะตากับพระรูปนี้ เคยเป็นพ่อลูกกันมาก่อน รวมทั้งอ้างว่า ครอบครัวของตนกำลังถูกทำของใส่ และจะทำให้ตนเองสิ้นอายุขัยได้ จึงทำพิธีถอนของให้ ซึ่งตอนนั้นเป็นการพิธีตามปกติ ยังไม่ได้ทำพิธีเชิงเพศสัมพันธ์แต่อย่างใด เลยทำให้ตนเกิดความนับถือศรัทธาพระรูปนี้อย่างมาก เพราะรู้สึกว่าทำให้ชีวิตตนดีขึ้นมาจริง ๆ

หลังจากนั้นตนก็ศรัทธาและไปปฏิบัติธรรมที่สำนักสงฆ์แห่งนี้เป็นประจำจนใช้เวลาประมาณ 10 ปี แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานั้น หลักธรรมคำสอนของพระรูปนี้นั้นจะเป็นในลักษณะของเรื่องกาม โดยอ้างว่า ร่างกายของเรานั้น เป็นสิ่งที่มาลายดับสูญไปได้ จงละอัตตาเพื่อบรรลุธรรมและหลุดพ้นจากทุกข์ ร่างกายนี้ไม่ใช่ของเรา อีกทั้งมีการแชร์ภาพ หลักธรรมคำสอน เครื่องรางของขลังคล้ายอวัยวะเพศ และเรื่องราวเกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์ ลงในกลุ่มไลน์  นอกจากนี้ที่สำนักสงฆ์แห่งนี้ มีระดับการปฏิบัติธรรมถึง 3 ระดับ ระดับแรกคือการฟังธรรม ระดับที่ 2 คือการ ลงมือปฏิบัติธรรมวิปัสสนา และระดับสุดท้าย คือการบรรลุธรรมขั้นสูงสุด

แม้ว่าที่ผ่านมา ตนจะมีการตั้งคำถามและตั้งข้อสงสัยหลายประการ แต่แก่นของการสอนธรรมะที่สำนักสงฆ์แห่งนี้มักจะบอกว่า อย่าได้สงสัยหรือตั้งคำถามใด ๆ เพราะมันจะเป็นบาปและจะทำให้ไม่สามารถหลุดพ้นจากทุกข์ได้ ลักษณะเป็นการบังคับให้เชื่อ เลยทำให้ตนเชื่อและปฏิบัติตามสิ่งที่สำนักสงฆ์แห่งนี้สั่งสอนโดยจำยอม

เมื่อถึงช่วงปลายปี 2564 พระสงฆ์รูปนี้เริ่มมีอาการป่วย อ้างกับตนและแฟนหนุ่มว่า พระใกล้มรณภาพแล้ว สังขารจะไม่ไหวเพราะใช้พลังงานในการสั่งสอนธรรมเทศนา และช่วยให้คนหลุดพ้นทุกข์เป็นจำนวนมาก เลยทำให้พลังงานของท่านเริ่มจะหมดลง เพราะท่านอ้างว่าไม่ใช่มนุษย์ หากหมดพลังท่านก็จะตายไป ประกอบกับเห็นว่าพวกตนอยู่กับสำนักสงฆ์แห่งนี้มากว่า 10 ปี จึงสมควรที่จะเลื่อนขั้นเป็นระดับที่ 3 คือระดับธรรมะขั้นสูงสุด

พระรูปนี้จึงได้มาสอบถามตนเองกับแฟนหนุ่ม ถึงความสมัครใจที่จะเข้าสู่การปฏิบัติพิธีกรรมในขั้นสูง โดยอ้างว่า ต้องทำพิธีด้วยความสมัครใจเท่านั้น พร้อมพูดจาหว่านล้อมว่า พิธีกรรมดังกล่าว คือการถวายตัวแก่พระ เพื่อเป็นการถวายพลังงานให้ท่าน มีชีวิตรอดต่อไปได้ และจะช่วยให้เป็นการบรรลุธรรมขั้นสูงสุด หลุดพ้นจากทุกข์ทั้งปวง ซึ่งตนกับแฟนเห็นว่าพระรูปนี้เคยช่วยเหลือตนมาหลายครั้งแล้ว จึงควรที่จะตอบแทนแก่ท่านบ้าง เลยตัดสินใจที่จะเข้าร่วมพิธี

โดยพระรูปนี้ได้พาตนเองและแฟนไปจุดธูปสาบานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่า จะเคารพศรัทธา ไม่คิดทรยศ มิเช่นนั้นจะขอให้มีอันเป็นไปหรือถูกข่มขู่ด้วยถ้อยคำที่รุนแรงต่าง ๆ นานา เลยทำให้ตนกับแฟนยิ่งกลัว และเชื่อเข้าสู่พิธีการ

แล้วหลังจากนั้นก็จะเป็นการพิธีถวายตัว โดยการบังคับให้ทั้งหญิงและชายต่างมีเพศสัมพันธ์กับพระรูปนี้ โดยเฉพาะพยายามหว่านล้อมอ้างว่า ร่างกายนี้ไม่ใช่ของตน จงละอัตราเพื่อพ้นจากทุกข์ บรรลุธรรมะขั้นสูง ทั้งตนและแฟนหนุ่มก็ยอมที่จะมีเพศสัมพันธ์กับพระรูปนี้ โดยในระหว่างที่มีเพศสัมพันธ์ พระจะบังคับให้คู่ร่วมเพศปิดตา และให้ลูกศิษย์ถ่ายคลิปวิดีโอและบันทึกภาพขณะมีเพศสัมพันธ์หรือร่างกายเปลือยเปล่า อ้างว่าคลิปและภาพเหล่านี้จะนำไปถวายแด่เทพเจ้าในลัทธิวัชรยานเพื่อเป็นการบูชา

เมื่อทำพิธีกรรมนี้เสร็จสิ้นลง ปรากฏว่าพระรูปนี้อ้างว่า มีร่างกายที่แข็งแรงขึ้นและหายป่วยจากโรคภัยไข้เจ็บได้ เลยทำให้ตนตอนนั้นเริ่มเชื่อและศรัทธา แต่พระก็ยังให้ตนและแฟนหนุ่มเข้าร่วมทำพิธีลักษณะแบบนี้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการให้ทำพิธีมีเพศสัมพันธ์หมู่กับบรรดาลูกศิษย์ที่เป็นฆราวาสของสำนักสงฆ์ ครั้งหนึ่งสูงถึง 4-5 ราย โดยอ้างว่า การมีเพศสัมพันธ์หมู่ จะเป็นการครบองค์ประกอบสำคัญของการบรรลุธรรมขั้นสูง

ตนเองกับแฟนหนุ่มต้องทนทุกข์ทรมาน เพราะด้วยความเชื่อและศรัทธาแบบผิด ๆ แบบนี้มานาน ถึงช่วงต้นปี 2565 แฟนหนุ่มเลยมานั่งพูดคุยกันและรู้สึกว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมันไม่ถูกต้อง มันไม่ตรงตามหลักพุทธศาสนาอย่างแท้จริง เป็นเพียงแค่การล่อลวงให้มีเพศสัมพันธ์เท่านั้นและรู้สึกตกใจอย่างมากว่า เกิดอะไรขึ้นกับตนแล้วแฟนหนุ่ม เลยตัดสินใจที่จะละทิ้งสำนักสงฆ์ดังกล่าวและไม่กลับไปยุ่งกับสำนักสงฆ์แห่งนี้อีก จนถูกพระ Video Call ให้ติดตามกลับไปทำบุญที่สำนักสงฆ์แห่งนี้ แต่ตนไม่ตัดสินใจกลับไปแล้ว

หลังจากนั้นก็ 2 ปี ทั้งตนและแฟนหนุ่มต้องพบจิตแพทย์ เพื่อบำบัดสุขภาพจิตใจของตนเอง หลังจากผ่านเหตุการณ์ร้าย ๆ มาอย่างยาวนาน ตอนนี้จิตใจเริ่มดีขึ้นแล้ว จึงตัดสินใจมาร้องเรียนเพจสายไหมต้องรอด เพราะตนรู้สึกต้องการให้เป็นอุทาหรณ์ไปยังพี่น้องประชาชนในเรื่องของการศรัทธาความเชื่ออย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะที่ผ่านมานั้น ตนรู้สึกว่าทำอะไรอยู่ ครั้งหนึ่งขณะถูกทำพิธีมีเพศสัมพันธ์กับบรรดาลูกศิษย์ของพระรูปนี้นั้น ตนได้ร้องไห้และตั้งคำถามว่า ตนกำลังทำอะไรอยู่ จึงอยากเตือนว่า ขอให้เชื่อในพระธรรมคำสอนแห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะดีที่สุด ไม่ใช่หลงเชื่อในพิธีกรรมหรือลัทธิที่อ้างว่าจะทำให้พ้นทุกข์ได้ เพราะนั่นไม่ใช่แก่นของพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง ขอให้ตั้งสติตั้งมั่น ไม่ใช่หลงเชื่องมงายแบบนี้ รวมทั้งอยากฝากบอกถึงพระรูปนั้นว่า มีหลายคนที่ศรัทธาท่านเป็นอย่างมาก แต่ก็ไม่คาดคิดว่าท่านจะเป็นคนแบบนี้ ขอให้ท่านหยุดพฤติกรรมนี้เสีย

ด้านแฟนหนุ่มยืนยันว่า สิ่งที่แฟนสาวตนพูดนั้นเป็นเรื่องจริง ที่หลงเชื่อทำไปเพราะศรัทธาในพระรุ่นนี้ที่ ทั้งตนและแฟนนับถือเป็นพ่อ อีกทั้งท่านก็มีพระคุณในการช่วยตนและแฟนให้ชีวิตดีขึ้น แต่ก็ไม่คิดว่าท่านจะใช้ความศรัทธา ความรักและความไว้ใจในการลวงให้มามีเพศสัมพันธ์ แม้กระทั่งตนเองที่เป็นผู้ชายก็ยังถูกพระรูปนี้มีเพศสัมพันธ์ด้วยโดยไม่ละเว้น อีกทั้งตนก็หลงยอมให้แฟนของตนไปมีเพศสัมพันธ์กับพระ ซึ่งหลังจากมีเพศสัมพันธ์เสร็จ พระกับลูกศิษย์ก็มักจะนำภาพที่ถ่ายในการทำพิธีมีเพศสัมพันธ์แชร์ในกลุ่มไลน์ รวมทั้งมักจะนำภาพเครื่องรางของขลังที่นำมาผูกกับอวัยวะเพศทั้งพระและลูกศิษย์มาแชร์ในกลุ่ม ซึ่งตนและแฟนก็กลัวว่า วันหนึ่งพวกเขาจะนำภาพของตนและแฟนสาวออกมาแชร์เพื่อแบล็คเมล์ แต่การที่ตนตัดใจออกมาในครั้งนี้ ก็เพื่อเป็นอุทาหรณ์และไม่อยากให้ใครตกเป็นเหยื่อของสำนักสงฆ์ลัทธิประหลาดแห่งนี้อีก เท่าที่ตนทราบก็มีผู้เสียหายอีกหลายรายที่ตกเป็นเหยื่อของแต่ว่าส่งแห่งนี้เช่นเดียวกัน

ด้านนายเอกภพเปิดเผยว่า กรณีนี้นั้น เป็นการหลอกหากินหลอกมีเพศสัมพันธ์ผ่านความเชื่อทางศาสนา ซึ่งสอดคล้องกับยุคปัจจุบันที่พุทธศาสนามีปัญหากับบุคคลลัทธิประหลาดที่บิดเบือนพระธรรมคำสอนเพื่อประโยชน์ของตนเองเป็นจำนวนมาก โดยหลังจากนี้จะประสานกับทางสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเพชรบูรณ์และตำรวจเข้าตรวจสอบสำนักสงฆ์ดังกล่าวต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง