กรรมการ 2 บริษัทเรือ แจงเหตุแล่นเรือนานกว่าปกติ โฆษกดีเอสไอ แย้ม ข้อเท็จจริงสอดรับกัน

กรรมการ 2 บริษัทเรือ แจงเหตุแล่นเรือนานกว่าปกติ โฆษกดีเอสไอ แย้ม ข้อเท็จจริงสอดรับกัน

View icon 36
วันที่ 22 เม.ย. 2569 | 12.49 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
โฆษกดีเอสไอ เผย 2 บริษัทเรือ เข้าพบพนักงานสอบสวนดีเอสไอ ชี้แจงกรณีขนส่งน้ำมันไปคลังน้ำมันที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี แย้ม ข้อเท็จจริงสอดรับกัน แล่นเรือนานกว่าปกติจริง ยัน คณะพนักงานสอบสวนรับฟังเต็มที่

ความคืบหน้ากรณีดีเอสไอรับคดีการกักตุนน้ำมันในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีไว้เป็นคดีพิเศษ และได้เรียกสอบปากคำกรรมการผู้มีอำนาจลงนามของบริษัทเจ้าของเรือ 2 แห่ง ในฐานะพยาน จากบริษัทเจ้าของเรือ 8 แห่งที่มีการขนส่งน้ำมันจากภาคตะวันออกไปคลังน้ำมันในจังหวัดสุราษฎร์ธานี

ล่าสุด วันนี้ (22 เม.ย.69) พ.ต.ต. วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการกองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า คณะพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำกรรมการของบริษัทเจ้าของเรือทั้ง 2 แห่ง ซึ่งให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยกรรมการบริษัทฯ ได้นำเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันมาชี้แจงกับพนักงานสอบสวน อีกทั้งยังได้ให้ข้อมูลสาเหตุว่าทำไมเรือของเขาจึงไม่สามารถขนส่งน้ำมันไปยังบริษัทคลังน้ำมันที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ตามกำหนด  ซึ่งมีข้อเท็จจริงที่ตรงกัน คือมีการใช้ระยะเวลาการแล่นเรือในน่านน้ำทะเลนานกว่าปกติจริง

ส่วนรายละเอียดเชิงลึกว่าเป็นเพราะปัจจัยเรื่องเรือเสียต้องจอดชะลอไว้ก่อน หรือเพราะคิวเต็ม ต้องต่อคิวเพื่อรอเข้าส่งน้ำมันกับบริษัทคลังน้ำมันหรือไม่อย่างไรนั้น ตรงนี้ขอสงวนไว้เพื่อใช้ขยายผลสืบสวน รวบรวมข้อมูลสอบสวนต่อไป อย่างไรก็ตาม ข้อมูลการให้ปากคำในฐานะพยานของทั้ง 2 บริษัทเรือ คณะพนักงานสอบสวนรับฟังเต็มที่ และจะได้นำรายละเอียดไปประมวลเปรียบเทียบหาพยานหลักฐานอื่น ๆ และใช้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง ทั้งนี้ ในวันพรุ่งนี้ (23 เม.ย.) จะมีบริษัทเรือขนส่งน้ำมันอีก 3 แห่งเข้าพบคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อชี้แจงในฐานะพยานตามนัดหมายต่อไป

ส่วนประเด็นที่ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ คือ รายละเอียดในการประกอบธุรกิจ เพื่อพิสูจน์ทราบว่าข้อมูลการดำเนินธุรกิจที่ได้รับมานั้นสอดคล้องกับข้อเท็จจริงหรือไม่ ในด้านพฤติการณ์การเดินเรือก็ให้ความสำคัญไม่แพ้กัน ต้องตรวจสอบหาสาเหตุและแรงจูงใจกรณีการเดินเรือล่าช้าผิดปกติ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปใช้เป็นฐานข้อมูลสำคัญในการขยายผลสืบสวนสอบสวนเพื่อหาข้อสรุปทางคดีต่อไป โดยดีเอสไอจะมุ่งเน้นการตรวจสอบในส่วนของเส้นทางเดินเรือเป็นหลัก ส่วนการขยายผลนอกเส้นทางเดินเรือ ดีเอสไอจะทำงานเชิงบูรณาการร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรอื่น ๆ เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) รวมถึงหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

สำหรับกรณีการรับโอนสำนวนคดีที่จังหวัดอ่างทอง พ.ต.ต. ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า กรณีนี้ไม่ต้องเสนอรายละเอียดไปให้คณะกรรมการคดีพิเศษ หรือ กคพ. พิจารณาว่าจะรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่อีกแล้ว เพราะถ้าพฤติการณ์ทางคดีเข้าข่ายตามมติของประกาศคณะกรรมการคดีพิเศษ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ก็สามารถใช้อำนาจลงนามรับเป็นคดีพิเศษได้ทันที อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ตนได้ตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองขึ้นมา เพื่อตรวจสอบรายละเอียดทางคดีแล้ว เบื้องต้นพบว่าเข้าหลักเกณฑ์ในการรับเป็นคดีพิเศษ ขณะนี้จึงอยู่ระหว่างให้คณะกรรมการกลั่นกรองเสนอเรื่องขึ้นมาให้ตนเองลงนามอย่างเป็นทางการซึ่งเป็นขั้นตอนทางธุรการคดี แต่ในข้อเท็จจริงแล้วพนักงานสอบสวนได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลเพื่อเตรียมทำคดีแล้ว โดยจะแยกเป็นคดีพิเศษอีกคดี ซึ่งการรับกรณีที่จังหวัดอ่างทองเป็นคดีพิเศษจะมีความชัดเจนในเร็ว ๆ นี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง