จดหมายเปิดผนึกจาก พณ.แจงปมร้อนสินค้าเกษตร

View icon 46
วันที่ 8 พ.ค. 2569 | 06.02 น.
เช้านี้ที่หมอชิต
แชร์
เช้านี้ที่หมอชิต - กระทรวงพาณิชย์ ร่อนจดหมายเปิดผนึก ชี้แจง 6 ปมร้อนปัญหาสินค้าเกษตร ยืนยันกำลังปรับโครงสร้างภาคเกษตรทั้งระบบ ไม่ได้เพิกเฉยต่อความเดือดร้อนของเกษตรกร

หลังจากมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกโซเชียลฯ เกี่ยวกับการบริหารจัดการสินค้าเกษตร และความล่าช้าในการแก้ไขปัญหาปากท้องของพี่น้องเกษตรกร ทำให้เมื่อวานนี้ (7 พ.ค.) เพจเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการของ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โพสต์จดหมายเปิดผนึกชี้แจงข้อเท็จจริงการแก้ปัญหาสินค้าเกษตร 6 ประเด็น

โดย กระทรวงพาณิชย์ ยืนยันว่า ไม่ได้เพิกเฉยต่อความเดือดร้อนของเกษตรกร และไม่ได้มองการแก้ปัญหาแค่วันต่อวัน แต่กำลังปรับโครงสร้างภาคเกษตรทั้งระบบ ด้วยการวางรากฐานระยะยาว ทั้ง ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ จะทำให้กลไกตลาดเกิดความสมดุล และสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นตลอดทั้งห่วงโซ่ ทั้งเกษตรกร ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค

ส่วนทุเรียน ย้ำว่าไม่ได้รอให้ผลผลิตล้นตลาด แต่เร่งหาตลาดล่วงหน้า ส่งเสริมการบริโภคผ่านช่องทางออนไลน์ และเข้มงวดกับการตรวจ "ล้ง" ที่เอาเปรียบเกษตรกร และเอาผิดกรณีทุเรียนอ่อน ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ประเด็นราคาปาล์มตกต่ำและการคุมส่งออก ได้ร่วมกับทุกฝ่าย บริหารจัดการน้ำมันปาล์มทั้งระบบ ให้สมดุลระหว่างการบริโภค การใช้ทำพลังงาน และการส่งออก โดยยืนยัน การขออนุญาตส่งออกเป็นเพียงมาตรการควบคุมสมดุลสต็อก ไม่ได้เป็นการห้ามการส่งออก และช่วยให้ราคาปาล์มปรับตัวดีขึ้นตามกลไกตลาด

ประเด็นมะพร้าวน้ำหอมและล้งกลาง เร่งเปิดจุดรับซื้อเพื่อดูดซับผลผลิต 10 ล้านลูก ทำให้ราคาหน้าสวนขยับจาก 3-4 บาท เป็น 9-10.50 บาทต่อลูก นอกจากนี้ ผลักดันการจัดตั้งล้งชุมชน เพื่อตัดวงจรการกดราคาและการบิดเบือนราคาของล้งนอมินี พร้อมเดินหน้าจัดทำตรารับรอง ยืนยันความเป็นน้ำมะพร้าวน้ำหอมแท้ 100% รวมทั้งกำหนดมะพร้าวน้ำหอมเป็นสินค้าควบคุม

อีกเรื่อง คือ ปุ๋ยแพงและขาดแคลน กระทรวงพาณิชย์ได้จัดทำโครงการ ธงเขียวราคาประหยัดพลัส ลดราคาปุ๋ยเคมีให้เกษตรกรที่มีสมุดทะเบียน (เล่มเขียว) กระสอบละ 300 บาท (สูงสุด 5 กระสอบ) และมีส่วนลดเพิ่มเติมตามเงื่อนไข พร้อมวางแนวทางระยะยาวเรื่อง แม่ปุ๋ยคนละครึ่ง ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสั่งตัดปุ๋ยให้ตรงกับสภาพดินในแต่ละพื้นที่โดยเฉพาะ

เรื่องสุดท้าย มะม่วงล้นตลาด ได้เร่งระบายมะม่วงตั้งแต่ต้นฤดูสู่ตลาดต่างประเทศให้มากที่สุด เพื่อดูดซับผลผลิตส่วนเกินและแปรรูปสินค้า และจะยังติดตามสถานการณ์มะม่วงจากทุกพื้นที่อย่างต่อเนื่อง