เตือนภัย นักดื่มน้ำท่อม ปนเปื้อนแบคทีเรีย-ยาฆ่าแมลง ดื่มบ่อยสารพิษสะสม

เตือนภัย นักดื่มน้ำท่อม ปนเปื้อนแบคทีเรีย-ยาฆ่าแมลง ดื่มบ่อยสารพิษสะสม

View icon 86
วันที่ 30 เม.ย. 2567 | 18.08 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
กรมวิทย์ฯ เปิดผลตรวจน้ำท่อมปนเปื้อนแบคทีเรีย-ยาฆ่าแมลง ตั้งแต่ปลดล็อกพืชกระท่อม ปี 66 กรมวิทย์ฯ เปิดผลตรวจพบสารไมทราไจนีนเกินค่ามาตรฐานที่ อย.กำหนด ปนเปื้อนแบคทีเรีย ยาฆ่าแมลง ดื่มหนัก ดื่มบ่อย เสี่ยงได้รับสารพิษสะสม

นพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า กรมวิทย์ฯ ได้รวบรวมผลการตรวจวิเคราะห์น้ำกระท่อมที่ส่งตรวจ ตั้งแต่เริ่มมีการปลดล็อกพืชกระท่อม พบว่า มีเครื่องดื่มกระท่อมและเครื่องดื่มที่ต้องสงสัย ส่งตรวจทั้งหมด 668 ตัวอย่าง พบสารไมทราไจนีน ร้อยละ 96.3 และจากข้อมูลผลการวิเคราะห์เชิงปริมาณตัวอย่างน้ำกระท่อม 46 ตัวอย่าง พบปริมาณสารไมทราไจนีนในช่วง 1.32 - 336 มิลลิกรัมต่อลิตรหรือมีค่าเฉลี่ย 101.2 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งมากกว่าปริมาณสูงสุดในการบริโภคต่อวันที่ อย. แนะนำ (ไม่เกิน 0.2 มิลลิกรัมต่อวันหรือต่อหน่วยบรรจุ)

สารไมทราไจนีนอยู่ในกลุ่มอัลคาลอยด์ เป็นสารออกฤทธิ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของพืชกระท่อม และเป็นสารที่ผู้บริโภคมุ่งหวังจากเครื่องดื่มกระท่อม เนื่องจากฤทธิ์ในการกระตุ้นประสาท บรรเทาอาการปวด ต้านการอักเสบ ลดอาการเมื่อยล้า ทำให้มีความอดทนทำงานได้นานขึ้น แต่หากใช้ในปริมาณสูงจะออกฤทธิ์กล่อมประสาทและทำให้เสพติดได้ นอกจากนี้ยังตรวจพบสารชนิดอื่น ๆ ที่ผสมกับน้ำกระท่อม ได้แก่ พบสารคลอเฟนิรามีน ร้อยละ 19.6 ไดเฟนไฮดรามีน ร้อยละ 21.6 ซึ่งเป็นยาในกลุ่มแก้แพ้ และคาเฟอีน ร้อยละ 2.9 โดยตรวจไม่พบสารโคเดอีนที่เป็นส่วนผสมในยาแก้ไอในทุกตัวอย่าง
         
ในช่วงเดือน มี.ค.567 กรมวิทย์ฯ ได้สุ่มเก็บตัวอย่างน้ำกระท่อมจากทุกภูมิภาคในประเทศไทย จำนวน 52 ตัวอย่าง พบว่าน้ำกระท่อมทุกตัวอย่าง มีปริมาณสารไมทราไจนีนเกินค่าที่ อย. แนะนำ โดยพบในช่วงความเข้มข้น 22.5 - 352.6 มิลลิกรัมต่อลิตร และมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 109.5 มิลลิกรัมต่อลิตร

นอกจากนี้ ยัวได้ตรวจหาสารกำจัดศัตรูพืชตกค้าง 144 สาร พบการตกค้างร้อยละ 23.1 ได้แก่ อะซีทามิพริด ซึ่งเป็นสารเคมีกลุ่มนีโอนิโคตินอยด์ ใช้ป้องกันและกำจัดเพลี้ย ร้อยละ 19.2 คาร์เบนดาซิม ซึ่งเป็นสารกลุ่มเบนซิมิดาโซล ใช้ป้องกันกำจัดเชื้อรา ร้อยละ 3.8

ทั้งนี้จากการวิเคราะห์ทางจุลชีววิทยา พบว่า ร้อยละ 80 ของตัวอย่างทั้งหมด มีการปนเปื้อนของเชื้อจุลินทรีย์เกินเกณฑ์มาตรฐาน โดยพบการปนเปื้อนของเชื้อโคลิฟอร์ม (แบคทีเรีย) มากที่สุด ร้อยละ 79.2 รองลงมาคือ ยีสต์และรา พบในสัดส่วนร้อยละ 59.6 และเชื้ออีโคไล ร้อยละ 19.2

นพ.ยงยศ กล่าวทิ้งท้ายว่า การนำยา วัตถุดิบ หรือสารออกฤทธิ์ที่ตรวจพบ มาผสมกับน้ำกระท่อมนั้น แม้ว่าจะยังไม่มีการศึกษาความปลอดภัยและประเมินความเสี่ยง แต่เตือนไปยังนักดื่มน้ำกระท่อม การได้รับสารไมทราไจนีนในปริมาณสูง การปลอมปนยาแผนปัจจุบัน การปนเปื้อนจุลินทรีย์ หรือสารกำจัดศัตรูพืชตกค้าง หากบริโภคเป็นระยะเวลานาน และมีความถี่ในการบริโภคสูง ทำให้เกิดการสะสมในร่างกาย ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้บริโภคได้